ป้ายบอกทางตกแต่งลายรถม้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มา : โปสการ์ด จาก "ร้านม้าหมุน" http://marsmoon.hi5.com

บทบรรณาธิการ


>>>on Lampang POST <<< ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารลำปางนับแต่นี้ไป


เรื่องใหญ่ และเรื่องสำคัญของสังคมไทย ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่กันเท่าใดนัก ก็คือระบบฐานข้อมูล การจัดทำระบบหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะลำปางเอง ข้อที่น่าตกใจคือว่า ลำปางเคยมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2492 คือ ไทยลานนา และ เอกราช ในปีพ.ศ.2500

แต่ลำปาง ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จะเก็บสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว (ยังไม่ต้องนับถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลอีกจำนวนมหาศาลที่ขาดการจัดเก็บเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังค้นคว้า ศึกษา) เราจึงไม่สามารถหาต้นฉบับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อค้น "ประวัติศาสตร์" และ "เรื่องราวลำปาง" แม้ในระยะสั้นๆ เพียง 50 -60 ปี

เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่อง "น้ำท่วมใหญ่ลำปาง 2548" ที่สร้างความพินาศเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าจากความทรงจำจางๆ เช่นเดียวกับที่เหตุภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดกับลำปางแต่มิได้รับการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ตลาด น้ำท่วม คนประสบภาวะหิวโหย...ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่สามารถสืบค้นทางประวัติเอกสารได้แน่ชัด...และถูกหลงลืมไปในที่สุด

หากไม่มองโลกในแง่ร้ายนัก ในโลกคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต อันเป็นโอกาสอันกว้างขวางที่สามารถย่นเวลา และระยะทางการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมหาศาล วันนี้ขณะที่ seacrh หาข้อมูลข่าวทำให้ได้พบกับเว็บไซต์หนึ่งนามว่า http://www.lampang2u.com/ เว็บนี้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลร้านค้าลำปาง และข่าวท้องถิ่นลำปางได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ยังคับแคบเกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างขวางในโลกไซเบอร์ พื้นที่ตรงนี้ จึงอาสาที่จะออกมาเพื่อรองรับกับ ข้อมูล ข่าวสาร และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำปาง ในปัจจุบันสมัย เท่าที่จะมีกำลังจะทำได้ ขณะเดียวกันก็มองลู่ทางของเครือข่ายในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของลำปางไปด้วย

ขณะที่ on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็ทำอีกหน้าที่หนึ่งในการรวบรวมฐานข้อมูล และข่าวสารทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของลำปาง ซึ่งคนละบทบาทกับที่แห่งนี้ จึงถือว่า บทนำนี้เป็นการเริ่มนับหนึ่ง ที่ออกก้าวเพื่อวันข้างหน้า ดังที่ เอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีชื่อดัง เคยบอกไว้ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า"

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ on Lampang POST
ศุกร์ 2
พฤษภา 51

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

งานถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง วันวิสาขฯ ที่ลำปาง!!!


คัทเอาท์ติดตั้งบริเวณสี่แยกภาคเหนือ ประชาสัมพันธ์งาน
ถ่ายเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551


เชิญร่วมงาน
วิสาขอัฐมีรำลึกถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง
ปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2551

ระหว่างวันที่ 19 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2551
วัดพุทธสันติวิเวก (นิคมเขต 16)
ตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
..............................
อีกหน้าหนึ่งที่เราอยากบันทึกไว้ครับ

ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พฤหัส 15
พฤษภา 51

ชมเงาพระธาตุ สิ่งมหัศจรรย์คู่เมืองรถม้า


เงาพระธาตุหัวกลับอันเลืองชื่อที่วัดพระธาตุลำปางหลวง
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053296

ชมเงาพระธาตุ สิ่งมหัศจรรย์คู่เมืองรถม้า
โดย ผู้จัดการออนไลน์
7 พฤษภาคม 2551 15:56 น.

จังหวัดลำปาง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งรถม้าและชามตราไก่ เพราะเป็นจังหวัดเดียวในไทยที่มีรถม้าวิ่งอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ลำปางยังขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของชาม(เซรามิก)ตราไก่ ซึ่งเราสามารถพบเห็นสัญลักษณ์เซรามิกรูปไก่ตามป้ายชื่อถนน บนสะพาน หรือตามตึกต่างๆ ได้ทั่วไปในเมือง

นอกจากรถม้าและชามตราไก่ที่เป็นสัญลักษณ์ของลำปางแล้ว เมืองนี้ยังน่าฉงนตรงที่เป็นเมืองที่มีเงาพระธาตุให้ชมกันอยู่หลายวัดทีเดียว

เงาพระธาตุ หากมองกันตามหลักวิทยาศาสตร์ถือเป็นปรากฏการณ์หักเหของแสงในหลักการเดียวกลับกล้องรูเข็ม แต่ที่ลำปางนี่แปลกตรงที่มีเงาพระธาตุปรากฏให้ชมกันหลากหลายรูปแบบทั้งเงาพระธาตุหัวกลับ หัวตั้ง เงาพระธาตุซ้อนชั้น ซึ่งเงาพระธาตุที่เด่นๆในเมืองรถม้ามีที่ไหนบ้าง "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ขอเชิญขึ้นเหนือไปทัศนากันได้

เงาพระธาตุอันซีน วัดพระธาตุลำปางหลวง
วัดพระธาตุลำปางหลวง(ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา) ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง ทุกครั้งที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ได้มาเยือนนครรถม้าแห่งนี้ก็จะต้องแวะไปสักการบูชาพระธาตุและพระพุทธรูปอื่นๆในวัดทุกคราไป และก็ต้องอดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปส่องดูเงาพระธาตุที่ลอดผ่านรูผนังมาปรากฏบนผืนผ้าภายใน "วิหารพระพุทธ" ที่ปรากฏเป็นเงาพระธาตุหัวตั้งให้ชมกันด้วยสีสันเหมือนจริง

ปัจจุบันภาพแม้เงาพระธาตุจะดูจืดจางลงไม่คมชัดเช่นเดิม เนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์บางจำพวก ที่ซุกซนเห็นรูเป็นไม่ได้ชอบเอานิ้วไปแหย่ไปจิ้มทำให้รูที่แสงส่องเข้ามากว้างขึ้นความคมชัดของเงาที่เกิดขึ้นก็น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ขอความร่วมมือว่าให้ดูแต่ตามืออย่างต้อง ของจะได้ไม่เสียนะครับพี่น้อง

ไม่เพียงที่วิหารพระพุทธแล้ว "มณฑปพระพุทธบาท" ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งในวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ปรากฏภาพเงาพระธาตุหรือพระธาตุหัวกลับที่โด่งดังเลื่องชื่อจนได้กลับการยกย่องจากททท.ให้เป็นใน Unseen Thailand เลยทีเดียว

เงาพระธาตุที่นี่ดูแล้วคมชัดสวยงามกว่าที่วิหารหลวง อาจจะเนื่องมาจากปริมาณคนที่เข้ามาดูมีน้อยกว่า เพราะที่มณฑปพระพุทธบาท เขาห้ามมิให้ผู้หญิงเข้า คนที่สามารถเข้าไปดูได้จึงมีแต่ผู้ชายเท่านั้น

สำหรับ "องค์พระธาตุ" ที่ทำให้เกิดเงานั้น เป็น องค์พระธาตุเจดีย์แบบล้านนาผสมเจดีย์ทรงลังกา ก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมด้วยบัวมาลัยสามชั้น เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่หุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง ฉลุลายหรือที่เรียกว่าทองจังโก ตามตำนานกล่าวว่าเป็นบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

นอกจากเงาพระธาตุแล้ว ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงยังมีสิ่งน่าสนใจชวนชมอีกหลายจุด อาทิ "พระแก้ว"จากวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามที่ประดิษฐานอยู่ในหอพระแก้ว หรือหากมีเวลามากหน่อยก็สามารถเดินเข้าออกตามวิหารต่างๆ เช่น "วิหารน้ำแต้ม" เป็นวิหารโถงมีภาพจิตรกรรมเก่าแก่ของล้านนา "วิหารหลวง"เป็นที่ประดิษฐานมณฑปพระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปองค์สำคัญของวัด

อีกทั้งมีวิหารต้นแก้ว วิหารละโว้ หอพระไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์ ให้ได้เที่ยวชมกันอีกด้วย


เงาพระธาตุที่วัดพระธาตุจอมปิง
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053296
เงาพระธาตุจอมปิง
วัดพระธาตุจอมปิง(บ้านจอมปิง ต.นาแก้ว อ.เกาะคา)เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการปรากฏเงาพระธาตุ โดยทางทิศตะวันตกของพระธาตุเจดีย์สีเหลืองทองมี "พระอุโบสถ" อันเก่าแก่แบบสถาปัตยกรรมล้านนาที่ภายในเกิดปรากฏการณ์ "เงาพระธาตุ" ที่หน้าต่างพระอุโบสถ มีรูเล็กๆที่แสงสามารถลอดผ่านเข้ามาทำให้เกิดเงาพระธาตุ พาดลงบนพื้นตลอดเวลาที่มีแสงเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้ ต่อมาทางวัดจึงได้นำเอากรอบผ้าขาวมาเป็นฉากรับภาพเพื่อให้สามารถมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่อ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" และผองเพื่อนเข้ามาภายในพระอุโบสถ คุณลุงที่เฝ้าพระอุโบสถก็ปิดประตูเพื่อภายในห้องมืดลง จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาอันน่าอัศจรรย์ เงาพระธาตุที่วัดจอมปิงมีสีสันเหมือนจริงปรากฏให้พวกเราเห็นกันถ้วนหน้า เช่นเดียวกับที่วัดพระธาตุลำปางหลวงเลยทีเดียว

เมื่อพวกเราชมเงาพระธาตุกันเสร็จแล้วก็ออกมาเดินดูภายในบริเวณวัดและไม่ลืมที่จะแวะไปยัง "พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุจอมปิง" ที่ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆมากมายที่ขุดเจอในบริเวณวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกรมศิลปากรได้ตรวจสอบพบว่าโบราณวัตถุที่พบคล้ายกับแห่งโบราณคดีที่จังหวัดตาก กำแพงเพชร ลำพูน และนครสวรรค์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กันของแหล่งโบราณคดีเหล่านี้

โบราณวัตถุที่จัดแสดง อาทิ เศษภาชนะดินเผา ตะขอสำริด กำไลหิน กำไลสำริด ใบหอก ลูกปัด ต่างหู เป็นต้น นอกจากนี้จัดมีของสะสมของวัด ได้แก่ พระพุทธรูป กล้องสูบยาดินเผา ที่ใส่ดินปืนทำจากเขาสัตว์ ผ้ายันต์ ตะกรุด เชี่ยนหมาก โดยจัดวางเรียงเป็นกลุ่มพร้อมป้ายคำบรรยายวัตถุภาษาไทยในบางรายการด้วย


วัดพระธาตุดอยน้อยมีเงาพระธาตุปรากฏให้ชมถึง 5 เงาด้วยกัน
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053296

อัศจรรย์เงาพระธาตุ 5 เงาที่วัดพระธาตุดอยน้อย

หลายคนอาจจะเกิดอาการงง ไม่คุ้นหู เมื่อ "ผู้จัดการท่องเที่ยว"เอ่ยถึงวัดพระธาตุดอยน้อย(ต.ท่าผา อ.เกาะคา) เพราะวัดนี้ฟังไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่เชื่อมั้ยว่า ที่วัดแห่งนี้มีเงาพระธาตุให้ชมถึง 5 เงาเลยทีเดียว

โดยเงาพระธาตุทั้ง 5 นั้น จะปรากฏภายใน "วิหารหลังเปียง" ที่หากเดินตรงเข้าไปจากประตูทางเข้า ทางฝั่งขวาของวิหารได้ปรากฏเงาพระธาตุขึ้นในกรอบเดียวกันถึง 5 เงา โดยมีลักษณะเป็นเงาของพระธาตุหัวตั้งซ้อนกันเป็นชั้นๆ 4 เงา และเงาที่ด้านข้างเล็กๆ(ส่วนบน)อีก 1 เงา ส่วนทางฝั่งซ้ายก็ยังมีเงาพระธาตุหัวตั้งปรากฏขึ้นอีก 1 เงาที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งองค์พระธาตุองค์จริงที่ปรากฏในเงานั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังของวิหาร มีลักษณะเป็นองค์พระธาตุสีดำมีส่วนยอดเป็นสีทองเหลืองอร่าม มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับองค์พระธาตุที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ภายในบรรจุอัฐิพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ชมเงาพระธาตุอย่างจุใจแล้ว ก็เดินตรงเข้าไปยังวิหารอีกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านหลังคือ "วิหารรอยพระพุทธบาท" ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทที่ชาวบ้านพบที่ตรงเนินใกล้ทางรถไฟใกล้ๆวัด หากเดินลงบันไดหน้าวิหารหลังเปียงไปยังด้านล่างจะเจอกับ "อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย"ที่สร้างเพื่อระลึกถึงคุณของครูบาศรีวิชัยที่ได้สร้างวัดและช่วยเหลือมาโดยตลอด ใกล้ๆกันมี "อุโบสถ" หลังเล็กๆ ภายในมีพระพุทธรูปเก่าแก่มากมาย พระพุทธรูปบางองค์ต้องสร้างกรงครอบไว้เพื่อกันขโมย เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปทองสำริดซึ่งด้านในเป็นทองคำ

เงาพระธาตุวัดอักโขชัยคีรี

วัดอักโขชัยคีรี(ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 50–51 อ.แจ้ห่ม) วัดนี้แม้จะไม่โด่งดังเท่ากับวัดพระธาตุลำปางหลวง และวัดพระธาตุจอมปิง แต่ก็เป็นวัดที่ปรากฏเงาพระธาตุเช่นกัน วัดอักโขชัยคีรีนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม มีทางขึ้นเป็นบันไดนาค จำนวน 227 ขั้น เท่ากับศีลของพระภิกษุสงฆ์

เมื่อขึ้นไปด้านบนจะเจอกับ "พระธาตุเจดีย์" ลักษณะเป็นศิลปะล้านนาปนเชียงแสนซึ่งแต่เดิมน่าจะเป็นศิลปะหริภุญชัย และได้บูรณะกันมาหลายครั้ง ใกล้กันนั้นมี "พระวิหารพระยืน" ซึ่งเป็นที่ปรากฏเงาพระธาตุ เช่นเดียวกับที่วัดพระธาตุจอมปิง ซึ่ง "เงาพระธาตุ" หรือ "เงาพระเจดีย์" นี้จะปรากฏให้เห็นชัดอยู่ในทิศทางด้านตะวันออกเสมอ ถึงแม้ว่าพระอาทิตย์จะเคลื่อนย้ายไปตามเวลาใดก็ตาม เงาของพระธาตุก็ยังคงปรากฏอยู่ที่ตำแหน่งเดิมไม่มีการเคลื่อนย้ายตามพระอาทิตย์แต่อย่างใด ชาวบ้านอำเภอแจ้ห่มและอำเภอใกล้เคียงจึงถือกันว่าเป็น "เงาพระธาตุศักดิ์สิทธิ์"

วิหารพระยืนแห่งนี้เป็นวิหารทรงสูงภายในประดิษฐาน
"พระศากยมุณีคีรีอักโข" เป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ที่เก่าแก่และเป็นที่เคารพนับถือของชาวแจ้ห่มเป็นอย่างมาก นอกจากพระพุทธรูปยืนแล้ว ยังมีพระพุทธรูปนอนปางไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ใน "วิหารพระนอน" บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือ และวัดอักโขชัยคีรีแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปในอิริยาบถนั่ง ซึ่งถือว่ามีครบทั้ง 3 พระอิริยาบถทั้งยืน นอนอ นั่ง เลยเชียวหละ

และ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ขอแนะนำว่า หากมาเยือนวัดแห่งนี้ก็อย่าลืมมายังจุดชมวิว เพราะสามารถมองเห็นวิวมุมสูงของอำเภอแจ้ห่มได้อย่างกว้างไกลสวยงามเลยทีเดียว หากใครมีโอกาสแวะเวียนไปยังเมืองรถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล แห่งนี้ ก็อย่าพลาดที่จะไปยลความอัศจรรย์ของปรากฏการณ์เงาพระธาตุตามวัดต่างๆอย่างเช่นที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ได้ไปยลมา รับรองว่าเงาพระธาตุที่นี่ดูอัศจรรย์ใจไม่น้อยเลย


เงาพระธาตุที่วัดประตูป่อง อ.เมือง
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053296

หากใครมีโอกาสแวะเวียนไปยังเมืองรถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล แห่งนี้ ก็อย่าพลาดที่จะไปยลความอัศจรรย์ของปรากฏการณ์เงาพระธาตุตามวัดต่างๆอย่างเช่นที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ได้ไปยลมา รับรองว่าเงาพระธาตุที่นี่ดูอัศจรรย์ใจไม่น้อยเลย

นอกจากเงาพระธาตุจากวัดทั้ง 4 แล้ว ที่ลำปางยังมีผู้คนพบว่ามีเงาพระธาตุปรากฏให้เห็นอีกตามวัดบางวัด อาทิ วัดผาแดงหลวง อ.แจ้ห่ม วัดประตูป่อง อ.เมือง โดยผู้สนใจเที่ยวชมเงาพระธาตุ และเที่ยวชมสิ่งน่าสนใจในจังหวัดลำปาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์การท่องเที่ยวฯ จังหวัดลำปาง โทร.0-5422-6919 , 0-5431-2254

ที่มา : http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000053296
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พฤหัส 15
พฤษภา 51

ผู้ว่าปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร ลดโลกร้อน

ผู้ว่าฯ ลำปางลดโลกร้อนด้วยโครงการ "ผู้ว่าปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร"
14 พฤษภาคม 2551 / 09:50:26

นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหามลพิษที่เกิดจากการใช้เครื่องยนต์และปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อร่างกาย จนเกิดเป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องเร่ง ป้องกันและแก้ไข

ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายร่วมกันลดภาวะโลกร้อนพร้อมชมทัศนียภาพเส้นทางการปั่นจักรยาน ตั้งแต่บริเวณสะพานรัษฎาไปจนถึงสะพานดำจึงได้จัดโครงการ “ผู้ว่าฯปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร” ขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป

โดยการการปั่นรถจักรยานครั้งนี้จะมีในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา พร้อมกับเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวลำปางร่วมปั่นรถจักรยาน ในวัน เวลา ดังกล่าวเริ่มต้นที่สะพานรัษฎาไปสิ้นสุดที่ สะพานดำ

สำหรับกำหนดการจัดงานดังกล่าว จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางปั่นจักรยานอีกครั้งในวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาลำปาง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป.

ข่าวโดย : นงค์เยาว์ ปัจจามิตร์
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

ที่มา : เว็บไซต์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080514095026
......................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พฤหัส 15
พฤษภา 51

ผู้ว่าฯ ลำปาง-กาชาด-สื่อมวลชน มอบของช่วยเหลือพม่ากว่า 2 ล้านบาท


ภาพประกอบจาก http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080512102455

ผู้ว่าฯ ลำปางพร้อมคณะเหล่ากาชาดจังหวัดลำปางและสื่อมวลชน มอบของพร้อมเงินสดมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
12 พฤษภาคม 2551 / 10:24:55

ผู้ว่าฯ ลำปางพร้อมคณะเหล่ากาชาดจังหวัดลำปางและสื่อมวลชน มอบของพร้อมเงินสดมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทเพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวพม่า ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางพร้อม เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการและสื่อมวลชนจังหวัดลำปาง เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า

โดยการเดินทางครั้งนี้นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากชาวจังหวัดลำปาง เป็นเงินสดกว่า 2 ล้านบาท และเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิผ้าห่ม เสื่อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ โดยมีรถยนต์กระบะบรรทุกสิ่งของกว่า 20 คัน พร้อมทั้งนำเข้าไป ซึ่งคณะฯได้มีกำหนดเดินทางเข้าไปมอบสิ่งของที่วัดมะกล่ำหัวคำ จ.ท่าขี้เหล็ก โดยมีพลโทหม่อง หม่องโซ เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของที่วัดพระเจ้าระแข่ง อ.ท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก

ทั้งนี้ จังหวัดลำปาง ได้ตั้งศูนย์รับบริจาคทรัพย์สินสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซโคลนนาร์กีสประเทศพม่า ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยได้รับมอบสิ่งของต่าง ๆจาก 13 อำเภอ องค์กรจีนในจังหวัดลำปาง รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนและประชาชน นำสิ่งของและเงินสดมามอบให้กับจังหวัดเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางพร้อมคณะฯ จึงได้รวบรวมสิ่งของทั้งหมดมอบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสที่ประเทศพม่าในครั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น.

ข่าวโดย :
นงค์เยาว์ ข่าว/ธงชัย ภาพ
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง


ที่มา : เว็บไซต์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080512102455
......................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พฤหัส 15
พฤษภา 51

ข่าวเล็กๆในหน้าประวัติศาสตร์ : ต้นไทรล้มทับกำแพงวัดน้ำล้อม


สภาพกำแพงวัดน้ำล้อม อ.เมือง ลำปางที่ถูกต้นไทรล้มทับ
ถ่ายเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2551

ข่าวเล็กๆในหน้าประวัติศาสตร์ 001 :
ต้นไทรล้มทับกำแพงวัดน้ำล้อม อ.เมือง ลำปาง

เวลาประมาณ 8 นาฬิกาเศษ วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 51 ปรากฏว่า ต้นไทรริมกำแพงวัดน้ำล้อม เกิดหักโค่นลงมาทับกำแพงด้านหน้าวัด ฝั่งถนนทิพย์วรรณ สันนิษฐานว่าเนื่องจากฝนตกหนักชะล้างดินบริเวณรากต้นไทร ทำให้ไม่มีที่เกาะยึดต้นไทรจึงล้มทับกำแพงเสียหายดังกล่าว
......................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พฤหัส 15
พฤษภา 51

ลำปางตั้งเป้าปี 55 พื้นที่ปลูกยางพารามีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นไร่

ลำปางตั้งเป้าปี 55 พื้นที่ปลูกยางพารามีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นไร่
โดย ผู้จัดการออนไลน์
14 พฤษภาคม 2551 14:48 น.
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000056257

ลำปาง - ผช.ศูนย์สงเคราะห์สวนยางลำปาง ชี้อนาคตการปลูกยางพาราในภาคเหนือยังสดใส ตั้งเป้าขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในลำปางปี 55 จำนวน 30,000 ไร่

นายวันชัย เชาวลิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสงเคราะห์สวนยาง จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดลำปาง ให้ความสนใจปลูกยางพารามากขึ้น จากเดิมตั้งแต่ปี 2547-2550 ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง ได้มีการปลูกยางพาราไปแล้ว รวม 15,000 ไร่ โดยทั้งหมดขณะนี้สามารถกรีดน้ำยางได้แล้วรวม 40 ไร่ รวม 3 อำเภอ คือ อ.งาว อ.ห้างฉัตร อ.แม่ทะ แต่ละไร่สามารถกรีดน้ำยางได้ 250 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี จำหน่ายให้กับโรงงานที่รับซื้อในจังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงรายในราคากิโลกรัมละ 87 บาท

นายวันชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาจำหน่ายยางพาราแผ่นดิบ ขณะนี้และในอนาคต ยังอยู่ในราคาที่สูง เนื่องจากราคายางขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่าง คือ ค่าเงิน และราคาน้ำมัน ส่วนการจำหน่ายเกษตรกรสามารถเลือกได้ว่าจะจำหน่ายโดยตรงที่โรงงานรับซื้อที่จังหวัดระยอง หรือจะขายให้กับโรงงานที่ใกล้บ้านที่จังหวัดพะเยาหรือเชียงราย ซึ่งราคาจะต่างกันประมาณ 5-7 บาท ซึ่งก็ถือว่าคุ้มราคา นอกจากขายน้ำยางได้แล้ว เกษตรกรยังสามารถมีรายได้อื่นเสริมด้วยคือ รายได้จากการปลูกพืชผักสวนครัว แซมระหว่างแปลงที่ปลูกยางพาราได้ด้วย

ทั้งนี้ หากในอนาคตมีการปลูกยางพาราเพิ่มมากขึ้นจะมีผลต่อราคาหรือไม่นั้น นายวันชัย กล่าวว่า คงไม่มีเพราะปัจจัยราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนมากหรือน้อย เพราะยางพาราสามารถจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ได้หลากหลาย

ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบหากเกษตรกรจะขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่แม้จะด้อยในเรื่องความชื้นบ้าง เมื่อเทียบกับทางภาคใต้ แต่ก็ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพน้ำยางสามารถสู้กับภาคใต้ได้อย่างสบาย

ในส่วนของจังหวัดลำปางได้ตั้งเป้าไว้ในปี 2555 จะขยายพื้นที่ให้ได้ 30,000 ไร่ หากเกษตรกรท่านใดสนใจจะปลูกยางพาราสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดต่างๆได้ที่ ศูนย์ปฎิบัติการสงเคราะห์สวนยางลำปาง ได้ทุกวันเวลาราชการ ทั้งนี้ทางศูนย์ฯจะส่งเจ้าหน้าที่ออกให้ความรู้ คอยแนะนำ เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
.............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang :

พฤหัส 15
พฤษภา 51

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ภาพเก่า...เนื่องมาจาก "คึ16"


"หน้าบ้านคึ 16" [29 เมษายน 2545?]
ที่มา :
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=m603web&topic=1049


"โรงหนัง ธนาซีเนเพลกซ์ กลายเป็น ของเรา 55555" [18 พฤษภาคม 2545?]
ที่มา : http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=m603web&topic=1049


เตรียมบูม คร๊าบพี่น้อง (ใต้โรงหนัง) ยังจำกันได้ไหม ลำปาง 45 ว่าใผ เป็นใผ [18 พฤษภาคม 2545]
ที่มา : http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=m603web&topic=1049


กล่องไม้ขีด กล่องละ 50 บาท นะเนี่ย ถ้าจำไม่ผิด มีอะไรดีๆๆ อยู่ใน กล่องนี้ ตั้งเยอะ ที่อยากให้ น้องๆ รุ่นหลังๆ ได้เปิดอ่านจัง (หยาดเหงื่อ,ร่างกาย และจิตใจของ ลำปาง) [4 พฤษภาคม 2545]
ที่มา :
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=m603web&topic=1049

ภาพเก่า...เนื่องมาจาก "คึ16"
: บันทึกหน้าที่ 16 บันทึกความยิ่งใหญ่ ด้วยแรงใจเป็นหนึ่งเดียว

ผมไปค้นข้อมูลแล้วเผอิญเจอรูปของ บ้านคึ 16 มา
ก็เลยเอาภาพ มาฝากกัน...ถือว่าเป็นการระลึกถึง
และเก็บเป็น บันทึกสาธารณะเกี่ยวกับลำปาง เรื่องหนึ่งก็แล้วกันนะครับ

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมก็ขอความอนุเคราะห์ด้วย หรือ "คึ" อื่นๆถ้าอยากมาร่วมแจม
ก็แสดงความคิดเห็นกันได้ครับ...

ขออนุญาตเจ้าของรูป ณ ตรงนี้เลยละกันครับ
........................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พุธ 14
พฤษภา 51

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เรื่อง ฝนตกหนัก


แผนที่อากาศผิวพื้น กรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 13 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 น.
ที่มา : http://www.tmd.go.th/programs/uploads/maps/2008-05-13_TopChart_13.jpg


ภาพถ่ายดาวเทียม วันที่ 13 พฤษภาคม 2551
ที่มา : http://www.cmmet.tmd.go.th/

ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ฉบับที่ 1 (10/2551)
เรื่อง ฝนตกหนัก

ร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่านตอนกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในช่วงวันที่ 10-14 พ.ค. 51
จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะในบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ตาก เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย และสามารถติดตามสภาพอากาศ ,พื้นที่ฝนตกจากเรดาร์ตรวจอากาศ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2551 ออกประกาศเวลา 17.30 น.

กลุ่มพยากรณ์อากาศ โทรศัพท์ 053-277919 053-922365 และ
053-281271 โทรสาร 053-277815 และ 053-203802
ที่มา : ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ http://www.cmmet.tmd.go.th/

ปรากฏการณ์ลานีญา พฤษภา ถึง กรกฎานี้
ขณะที่มีการรายงานจาก สำนักพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยาในเรื่อง"การเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญา"
ฉบับที่ 4/2551 ออกประกาศวันที่ 11 เมษายน 2551 สรุปว่า

จากการเก็บข้อมูลอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ผิดปกติในมหาสมุทรแปซิฟิกช่วง 9 มีนาคม - 5 เมษายน 51 จะทำให้ปรากฏการณ์ลานีญา ปรากฏในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม สภาวะเช่นนี้ จะส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าปกติในช่วงฤดูฝนโดยเฉพาะในช่วงต้นฤดู

ดูเพิ่มเติม กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th/
............................................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST
อังคาร 13
พฤษภา 51

พ่อค้ากดราคาข้าวเหนียวที่ลำปาง


ตัวแทนชาวนาต.พิชัยจ.ลำปางกว่า 20 คนเข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อหากทางออกเกี่ยวกับราคาข้าวเหนียวที่ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาจนทนขาดทุนไม่ไหว
ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000055771


แฟชั่นประท้วงระบาดถึงคิวข้าวเหนียวลำปาง ระบุพ่อค้าคนกลางกดราคาอ้างฝนตก
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2551 14:35 น. http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000055771

ลำปาง - ชาวนาจากตำบลพิชัย จังหวัดลำปางกว่า 100 คน เดินทางขอพบหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยเหลือและรับซื้อข้าวเหนียว หลังจากที่ทนรับภาวะขาดทุนไม่ไหว ประกอบกับฝนตกหนักเป็นเหตุให้พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อตามใจชอบ

นายอุดม ไกรสุข แกนนำเกษตรกรร่วมกับเกษตรกร จาก บ้านม.8 ม.3 และม.10 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง กว่า 100 คน ได้เดินทางขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง แต่เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจที่กรุงเทพฯ จึงมีหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบ และเกี่ยวข้องโดยตรง 3 ส่วน คือ พาณิชย์จังหวัดลำปาง การค้าภายในจังหวัดลำปาง และ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง เป็นผู้เข้าร่วมเจรจาและรับฟังปัญหาของเกษตรกร แทน

โดยกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นข้อเสนอให้กับหน่วยงานราชการเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน ซึ่งปัญหาที่เกษตรกรประสบในขณะนี้ คือ พ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อในราคาถูก โดยในปีนี้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 6 บาท จากเดิมปีที่ผ่านมารับซื้อในราคา 7.60 บาท ขณะที่ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมีจำนวนลดน้อยลง ต้นทุนเรื่องราคาปุ๋ยสูงขึ้น และเกษตรกรไม่มีเครื่องอบข้าว เมื่อฝนตกข้าวมีความชื้นสูงเมื่อเก็บไว้ทำให้ข้าวเกิดการเน่าเสีย จึงต้องการให้หน่วยงานราชการเร่งเข้ามาช่วยเหลือ

การเจรจาเบื้องต้น ทางราชการรับปากจะประสานงานกับโรงสีขนาดใหญ่เข้ามารับซื้อโดยตรง โดยรับซื้อข้าวดิบในราคากิโลกรัมละ 7 บาท ข้าวแห้งราคากิโลกรัมละ 9 บาท ส่วนการอบข้าวนั้นค่าขนส่งต้องเป็นหน้าที่ของเกษตรกร แต่ราคาค่าอบข้าวจะเจรจาต่อรองหรือจะขอให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ลงไปดูแลให้ โดยทางภาครัฐขอเวลา 1 สัปดาห์ในการเจรจาและติดต่อผู้ซื้อมารับข้าวโดยตรงจากเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรก็พอใจในข้อเสนอและได้แยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.

สำหรับพื้นที่เขตตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง ที่ประสบปัญหาในขณะนี้ เกษตรกรจะปลูกข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตอง 1 ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกกว่าพันไร่ เมื่อปี 2550 ราคาขยับตัวสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 10-20% ทำให้ในปีนี้ราคาผลผลิตตกต่ำลง ประกอบกับฝนตกข้าวได้รับความเสียหาย ส่วนราคาค่าใช้จ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นทั้งค่าไถ ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเกี่ยวข้าวและค่าแรง เฉลี่ยไร่ละ 4,000 บาท ขณะที่รายได้เมื่อขายแล้วได้ราคา 3,000 บาทต่อไร่ ขาดทุนไร่ละ 1,400 บาท
............................................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST
อังคาร 13
พฤษภา 51