ป้ายบอกทางตกแต่งลายรถม้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มา : โปสการ์ด จาก "ร้านม้าหมุน" http://marsmoon.hi5.com

บทบรรณาธิการ


>>>on Lampang POST <<< ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารลำปางนับแต่นี้ไป


เรื่องใหญ่ และเรื่องสำคัญของสังคมไทย ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่กันเท่าใดนัก ก็คือระบบฐานข้อมูล การจัดทำระบบหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะลำปางเอง ข้อที่น่าตกใจคือว่า ลำปางเคยมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2492 คือ ไทยลานนา และ เอกราช ในปีพ.ศ.2500

แต่ลำปาง ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จะเก็บสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว (ยังไม่ต้องนับถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลอีกจำนวนมหาศาลที่ขาดการจัดเก็บเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังค้นคว้า ศึกษา) เราจึงไม่สามารถหาต้นฉบับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อค้น "ประวัติศาสตร์" และ "เรื่องราวลำปาง" แม้ในระยะสั้นๆ เพียง 50 -60 ปี

เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่อง "น้ำท่วมใหญ่ลำปาง 2548" ที่สร้างความพินาศเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าจากความทรงจำจางๆ เช่นเดียวกับที่เหตุภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดกับลำปางแต่มิได้รับการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ตลาด น้ำท่วม คนประสบภาวะหิวโหย...ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่สามารถสืบค้นทางประวัติเอกสารได้แน่ชัด...และถูกหลงลืมไปในที่สุด

หากไม่มองโลกในแง่ร้ายนัก ในโลกคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต อันเป็นโอกาสอันกว้างขวางที่สามารถย่นเวลา และระยะทางการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมหาศาล วันนี้ขณะที่ seacrh หาข้อมูลข่าวทำให้ได้พบกับเว็บไซต์หนึ่งนามว่า http://www.lampang2u.com/ เว็บนี้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลร้านค้าลำปาง และข่าวท้องถิ่นลำปางได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ยังคับแคบเกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างขวางในโลกไซเบอร์ พื้นที่ตรงนี้ จึงอาสาที่จะออกมาเพื่อรองรับกับ ข้อมูล ข่าวสาร และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำปาง ในปัจจุบันสมัย เท่าที่จะมีกำลังจะทำได้ ขณะเดียวกันก็มองลู่ทางของเครือข่ายในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของลำปางไปด้วย

ขณะที่ on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็ทำอีกหน้าที่หนึ่งในการรวบรวมฐานข้อมูล และข่าวสารทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของลำปาง ซึ่งคนละบทบาทกับที่แห่งนี้ จึงถือว่า บทนำนี้เป็นการเริ่มนับหนึ่ง ที่ออกก้าวเพื่อวันข้างหน้า ดังที่ เอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีชื่อดัง เคยบอกไว้ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า"

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ on Lampang POST
ศุกร์ 2
พฤษภา 51

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

กรณีพุทธสถานชี้ขาด 20 พ.ค.ตกลงไม่ได้ดำเนินตามกม.


ป้ายประกาศของเจ้าอาวาสวัดเชียงราย ณ กำแพงวัดเชียงราย ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง ถ่ายเมื่อ 6 พฤษภาคม 2551

กรณีพุทธสถานชี้ขาด 20 พ.ค. ตกลงไม่ได้ดำเนินตามกม.
โดย ลานนาโพสต์ออนไลน์
ที่มา :
http://www.lampangpost.com/news/677-8.htm

กรณีพุทธสถานชี้ขาด 20 พ.ค. ตกลงไม่ได้ดำเนินตามกม.

20 พ.ค. ประชุมครั้งสุดท้ายรู้ผลชี้ขาดพุทธสถานหลังจากยือเยื้อมานาน หากตกลงกันไม่ได้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย กรณีพุทธสถานวัดเชียงราย ได้ยืดเยื้อมานาน ซึ่งพระครูวรกิจจารักษ์ เจ้าอาวาสวัดเชียงราย ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เข้ามาช่วยจัดระเบียบที่ธรณีสงฆ์ หรือพุทธสถาน ซึ่งมีนางสิริกร แจ่มสุวรรณ และคณะได้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองทำธุรกิจโดยมิชอบ ถึงแม้ว่านายกพุทธสมาคม คือ นายสิงห์คำ นภาพรรณ ได้ทำหนังสือถึงนางสิริกร ให้ย้ายออกจากพื้นที แต่กลับเพิกเฉยทำธุรกิจต่อไปไม่สนใจการคัดค้านของนายกพุทธสมาคม

คณะศรัทธา และเจ้าอาวาส โดยนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มอบหมายให้นายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยทางจังหวัดได้มีหนังสือให้แผงพระทั้งหมดออกจากบริเวณพื้นที่ของวัดเชียงรายตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2551 ที่ผ่านมา แต่ระยะเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วแผงพระที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวยังไม่มีการย้ายยังคงดำเนินกิจการต่อไปเหมือนเดิม

ทั้งนี้นายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้เปิดความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า “ ทางจังหวัดได้มีหนังสือไปยังแผงพระให้มีการออกจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม นั้น ขณะนี้กลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่ได้มีการย้ายออกไป โดยวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 นี้จะได้มีการทำประชาวิจารณ์ในการหาทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยจะมีเจ้าอาวาสวัดเชียงราย คณะกรรมการวัดเชียงราย พุทธสมาคม รวมทั้งนางสิริกร แจ่มสุวรรณ ผู้เช่าแผง ตัวแทนจากจังหวัด รวมทั้งตัวแทนจากชาวบ้านเข้าร่วมการทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้เพื่อหาทางประนีประนอมด้วยการพูดคุยกัน "

หากว่าทางกลุ่มผู้เช่าแผงยังไม่ออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ทางจังหวัดคงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากว่าทางจังหวัดมีหลักฐานที่ชัดเจน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานและยึดเยื้อมาเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอะไร

ด้านนายสมภพ สุวรรณปัญญา คณะกรรมการวัดเชียงราย ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “ ได้มีการประชุมเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เนื่องจากว่าเมื่อมาดูตามสัญญาที่ทางคุณสิริกร แจ่มสุวรรณได้มีการทำสัญญากับพุทธสมาคม โดยจะหมดสัญญาประมาณเดือนตุลาคม 2551 นี้ ทางจังหวัดได้มีการสืบข้อมูลเชิงลึกของเรืองนี้พบว่า ทางพุทธสมาคมเป็นผู้ที่ทำสัญญาฉบับนี้ขึ้นมาจริง โดยทางจังหวัดได้มีการหาข้อมูลเกี่ยวกับทางพุทธสมาคมมีการดำเนินการในปี 2538 ตั้งแต่นั้นก็ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงหรือว่าชี้แจงงบประมาณการเงินให้กับทางจังหวัดรับทราบมาจนถึงทุกวันนี้

ตามหลักการของพุทธสมาคมไม่เกิน 5 ปีต้องมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการหรือการดำเนินงาน วันที่ 20 พฤษภาคมนี้จะเป็นการประชุมชี้ขาดว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไงเพราไม่อยากให้มีการยื้อเยื้ออีก เดือนตุลาคม 2551 จะสิ้นสุดสัญญา การเช่าที่แผงพระทั้งหมด รวมทั้งพุทธสมาคมต้องออกจากบริเวณพุทธสถานทั้งหมด

จากการที่ได้มีการพูดคุยกับแผงพระก็ไม่อยากที่จะออกไปไม่รู้จะไปขายที่ไหน เนื่องจากว่าพุทธสถานทำเลที่ตั้งดี ทางจังหวัดจึงได้มีการพูดคุยกับวัดศรีรองเมืองที่มีแผงพระบริเวณด้านหน้าวัดอยู่แล้วก็สามารถที่จะไปขายได้ และวัดดำรงธรรมก็ยินดีที่จะให้ขายได้ด้วยเช่นกันหากเรื่องดังกล่าวไม่สามารถที่จะตกลงกันได้คงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป"

สำหรับแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่พุทธสถานให้กลับมาเจริญและเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาและสาธุชนทั่วไป เนื่องจากเป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา จึงได้จัดโครงการขึ้นมากว่า 10 โครงการ เช่น การจัดตั้งโรงเรียนลูกแก้วอุปถัมภ์ โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดเชียงรายลำปาง จัดสร้างอนุสาวรีย์บรรพบุรุษที่เคยสร้างวัด โรงเรียนลูกแก้ว ฯลฯ
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

บุกโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนเมืองรถม้า


ภาพจาก : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057673

จนท.บุกโรงแปรรูปไม้เถื่อนเมืองรถม้ายึดของกลางกว่า 100 ท่อน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2551 21:04 น.
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057673

ลำปาง – ชุดปฏิบัติการพิเศษรองผู้ว่าฯ ลำปางบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนของแม่เลี้ยงดังเมืองรถม้า ได้ขอกลางเป็นไม้สัก ไม้ประดู่และไม้กระยาเลย กว่า 100 ท่อน และไม้แผ่นแปรรูปแล้วอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้กระทำผิดไหวตัวหลบหนีไปได้

วันนี้(17พ.ค.51) ชุดปฎิบัติการพิเศษของนายสามารถ ลอยฟ้า รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งนำโดยนายทัศพล อ๊อดปัญญา นายสมภพ สุวรรณปัญญา พร้อมด้วยนายสุทัศน์ สมคำ ปลัดอำเภอ นำกำลัง อส.จังหวัดลำปาง เข้าทลายโรงงานแปรรูปไม้ในป่าละเมาะในหมู่บ้านนาป้อใต้ ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง

ภายหลังสายลับรายงานให้ทราบว่า แม่เลี้ยงคนดังในตำบลพิชัยที่ก่อนหน้านั้นถูกจับพร้อมไม้เถื่อนจำนวนมาก และได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี ได้ลักลอบให้ชาวบ้านแปรรูปไม้ในป่าละเมาะในหมู่บ้านเพื่อนำมาสวมกับไม้ที่ซื้อจาก ออป. โดยได้ย้ายสถานที่ห่างจากจุดเดิมประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมกำลังเข้าทลาย ปรากฏว่าผู้กระทำผิดได้ไหวตัวทันและได้หลบหนีไปก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปประมาณ10-15 นาที ซึ่งจะสังเกตได้จากรอยรถที่เข้าออกพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นรอยใหม่ และมีการทิ้งไม้ไว้กลางทางด้วย

จากการเข้าตรวจสอบพบมีการลักลอบแปรรูปไม้จำนวนมาก มีทั้งไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้กระยาเลย ขนาด 1.20 เมตร จำนวนกว่า 100 ท่อน และไม้ที่แปรรูปแล้วอีกจำนวนมาก นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุยังพบถังน้ำมัน อาหาร และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการกระทำความผิดตกอยู่กลางป่าใกล้ที่เกิดเหตุอีกจำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานให้ ชุดป้องกันและรักษาป่าที่ ลป 8 แม่ทรายคำ เข้ามาตรวจสอบและวัดปริมาตรไม้ก่อนที่จะขนไม้ทั้งหมดไปเก็บรักษาที่สวนป่าแม่ทรายคำ เมื่อดำเนินคดีเสร็จสิ้นทางป่าไม้จะได้นำไม้ดังกล่าวออกประมูลขายเพื่อนำเงินเข้ารัฐต่อไป
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

ร.พ.ช้างลำปางเร่งรักษา “พังคำป้อ” ก่อนตาบอด 2 ข้าง


ภาพจาก http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057669

ร.พ.ช้างลำปางเร่งรักษา “พังคำป้อ” ก่อนตาบอด 2 ข้าง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2551 21:02 น
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057669

ลำปาง – โรงพยาบาลมูลนิธิเพื่อนช้างเร่งรักษา “พังคำป้อ” ช้างใช้งานของ ออป. ที่ป่วยเป็นต้อกระจกที่ดวงตาทั้งสองข้างและมีอาการอักเสบรุนแรง หวังยื้อดวงตาข้างซ้ายเอาไว้ หลังตาข้างขวาบอดสนิท

วันนี้(17พ.ค.51) ที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง นายสัตวแพทย์ปรีชา พวงคำ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง พร้อมด้วยทีมแพทย์และควาญช้างได้ ช่วยกันรักษาช้าง “พังคำป้อ” อายุประมาณ 40 ปี ที่เป็นช้างใช้งานขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.) ซึ่งอาการตาทั้งสองข้างอักเสบ โดยเบื้องต้นพบว่าตาข้างขวาบอดสนิทไปแล้ว ส่วนตาข้างซ้ายเป็นสีขาวขุ่นคล้ายเป็นต้อกระจก ทางแพทย์ได้ให้ยาซึมและรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะฉีดเข้าไปในดวงตาข้างซ้าย จากนั้นได้เย็บปิดตาเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก คาดอีกประมาณ 2 อาทิตย์จึงจะเปิดตาดูว่าจะสามารถรักษาได้หรือไม่

ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ได้รับ “พังคำป้อ” ซึ่งเป็นช้างงานของ ออป.อยู่ที่บ้านสบแหง ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ.ลำปาง เข้ามารักษาตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้(16 พ.ค.51) เนื่องจากป่วยเป็นโรคต้อกระจกทั้งในดวงตาทั้งสองข้าง ทำให้ดวงตามีสีขุ่น โดยดวงตาข้างขวาได้บอดสนิทแล้ว ส่วนข้างซ้ายยังสามารถมองเห็นได้เลือนลาง ทำให้ต้องใช้งวงช่วยคลำทางเวลาเดิน ทั้งนี้หากไม่รีบทำการรักษาอาจจะทำให้ช้างตาบอดทั้งสองข้างได้ สำหรับสาเหตุของการป่วยเป็นต้อกระจกของ “พังคำป้อ” นั้น คาดว่าน่าจะมาจากการที่ช้างถูกควาญใช้ตะขอบังคับตีบริเวณศีรษะบ่อยเกินไป จนกระทั่งส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงเส้นประสาทดวงตา รวมทั้งในช่วงฤดูร้อนแดดจัด ทำให้ช้างแสบตาเกิดน้ำตาไหล และใช้งวงขยี้บริเวณตา ทำให้เกิดการติดเชื้อในดวงตา ส่งผลให้ตาบอดได้

ปัจจุบันในประเทศไทยพบช้างที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอยู่ประมาณ 30% จึงอยากฝากเตือนผู้ที่เลี้ยงช้าง หากเห็นช้างมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาให้ปรึกษาสัตวแพทย์และรีบนำมารักษา เพราะช้างเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนนาน ถ้าตาบอดแล้วจะทำให้ใช้ชีวิตลำบาก
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

สร้างสวนเขลางค์ช้าปรับวันละหมื่นข่วงเมืองเสร็จทัน


โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ข่วงนคร บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา
ที่มาภาพ : รายงานกิจการประจำปี เทศบาลนครลำปาง 2005-2006, น.33


โครงการปรับปรุงสวนสาธารณะเขลางค์นคร
ที่มาภาพ : รายงานกิจการประจำปี เทศบาลนครลำปาง 2005-2006, น.15

สร้างสวนเขลางค์ช้าปรับวันละหมื่นข่วงเมืองเสร็จทัน
ข่าวโดย ลานนาโพสต์ออนไลน์
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000057673

สร้างสวนเขลางค์ช้าปรับวันละหมื่นข่วงเมืองเสร็จทัน

เทศบาลเตรียมตั้งโต๊ะปรับวันละ 10,000 สวนเขลางค์ช้า แต่ข่วงเมืองยังเสร็จทัน เปิดใช้ต้นเดือนพฤศจิกายน

นายนิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง เปิดเผยว่า การก่อสร้างสวนสาธารณะเขลางค์ได้มีการขยายเวลามาแล้ว 2 ช่วง
ซึ่งผู้รับเหมาได้เข้ารับงานตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2550 แต่ยังเข้าไปทำงานไม่ได้ เนื่องจากทางเทศบาลขอให้เสร็จสิ้น
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมก่อน เพราะต้องใช้สนาม

ผู้รับเหมาจึงเข้ามาเริ่มงานได้ในวันที่ 20 สิงหาคม 2550 จึงต้องขยายเวลาให้ 20 วัน
อีกช่วงหนึ่งคือ ช่วงวันหยุดสงกรานต์ 10 วัน ที่จะต้องใช้พื้นที่ในสวนสาธารณะเขลางค์เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ
จึงขยายเวลาต่อให้อีก 10 วัน แต่ขณะนี้เวลาการทำงาน รวมกับที่ขยายเวลาให้แล้วทางผู้รับเหมาก็ยังทำงานไม่เสร็จ

โดยกำหนดเวลาถึงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ อาจจะต้องทำการปรับเงินผู้รับเหมา วันละประมาณ 10,000 บาท แต่คาดว่าจะส่งงานภาย
ในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะปูหญ้าเสร็จไป 80% แล้ว ในส่วนของกรณีที่เสาไฟ 42 ต้นถูกขโมยหายไปนั้น ได้แจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวผู้ที่ถูกกล่าวหามาสืบสวนสอบสวน และคงจะมีการทำเรื่องตามขั้นตอนผ่านทางอัยการ ให้ทางอัยการส่งฟ้อง ซึ่งเรื่องทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้

สำหรับข่วงเมืองกำหนดส่งมอบงานตามสัญญาจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งผู้รับเหมาทำงานได้ค่อนข้างเร็ว ทางด้านสวนสาธารณะทำเสร็จไปแล้ว 90%

ส่วนที่ยังไม่เสร็จคือ สถานีย่อยของสถานีตำรวจ และการปรับภูมิทัศน์ในบริเวณนั้น ส่วนนี้น่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน และอีกส่วนที่ยังทำไม่เสร็จคือการปรับปรุงอาคารด้านหน้าเทศบาลให้มีอัตลักษณ์แบบล้านนา รวมทั้งการปรับปรุงหอนาฬิกา ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่อาจจะต้องใช้เวลาจนถึงกลางเดือนหรือปลายเดือนกรกฎาคม
แต่งานที่ยากที่สุดและใช้เวลานานคือ งานถนน เพราะจะต้องทำเป็น ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบุลายถนน พร้อมทั้งติดตั้งระบบไฟสัญญาณจราจรใหม่ ในส่วนนี้จะต้องใช้เวลามาก ต้องมีการรื้อผิวถนน วางโครงสร้างผูกเหล็ก เทปูนอย่างหนา และต้องมีการทำลายถนนรอบหอนาฬิกา ซึ่งจะต้องมีการปิดถนนทีละส่วนไป โดยตามที่ตกลงกับผู้รับเหมานั้น จะพยายามให้เสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคม เพราะจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองงานล่องสะเปาจาวละกอน ระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้เสร็จก่อน ในการเปิดบริการให้ประชาชนเข้าไปใช้สวนสาธารณะตามจริงแล้วสามารถเปิดใช้ได้ แต่คิดว่าจะยังไม่เปิดใช้ในตอนนี้ เพราะจะต้องรอให้ทำงานเสร็จทั้งหมด หากมีการเปิดในส่วนของสวนสาธารณะไปก่อน อาจจะติดขัดการทำงานของผู้รับเหมาในการทำถนน จึงคิดว่าจะมีการเปิดใช้พร้อมกันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน.
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

กกต.ลำปาง รับรอง ส.อบจ.ลำปาง 25 จาก 30 เขต

กกต.ลำปาง มีมติรับรอง ส.อบจ.ลำปาง จำนวน 25 เขต จาก 30 เขต ส่วนนายก อบจ.ลำปางและ ส.อบจ.ที่เหลือ รอผลสอบสวน
15 พฤษภาคม 2551 / 09:42:25
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080515094225

กกต.ลำปาง มีมติรับรอง ส.อบจ.ลำปาง จำนวน 25 เขต จาก 30 เขต ส่วนนายก อบจ.ลำปางและ ส.อบจ.ที่เหลือ รอผลสอบสวน

นายสมบูรณ์ วงศ์โสม กกต.ลำปาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2551
มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง ส.อบจ.ลำปาง จำนวน 25 เขต อีก 5 เขต มีเรื่องคัดค้านและจะต้องทำการเลือกตั้งใหม่ ส่วนผลการเลือกตั้ง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง มีเรื่องร้องคัดค้าน ต้องรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง

นายสมบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดลำปางมีเขตการเลือกตั้ง ส.อบจ.ลำปางทั้งหมด 30 เขต จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2551
ที่ผ่านมา มีหลายเขตที่มีการร้องคัดค้านและมีปัญหาบัตรเกินจนทำให้ไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ เช่น เขตเลือกตั้งที่ 2 ห้างฉัตร เขตเลือกตั้งที่ 2 และ 3 อำเภอเมือง และเขตเลือกตั้งอำเภอเมืองปาน มีการร้องคัดค้านหลายเรื่อง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเกาะคา ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกฯ เกินมาอย่างละ 1 บัตร ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถประกาสผลได้ คาดว่าหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม การรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ทั้ง 25 เขต ดังกล่าว ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางอีกครั้งหนึ่ง
-----------------------------------------------------------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

สับปะรดล้นตลาด ราคาต่ำ โรงงานรับซื้อจำกัด

เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดลำปาง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ และโรงงานรับซื้อมีจำกัด ขอให้ช่วยซื้อเพื่อบริโภค
16 พฤษภาคม 2551 / 15:56:19
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080516155619

เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดลำปาง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ และโรงงานรับซื้อมีจำกัด ขอให้ช่วยซื้อเพื่อบริโภค

นางศิรพร ช่างปณีตัง ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตสับปะรดของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปาง
โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบ้านเสด็จ อ.เมือง ออกมาปริมากมากจนล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ กิโลกรัมละ 1-2 บาท เดิมมีโรงงานรับซื้อผลผลิตจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันหยุดรับซื้อไว้ชั่วคราว เนื่องจากมีผลผลิตในพื้นที่ออกสู่ตลาดมากเช่นกัน จึงเหลือที่จัดส่งให้โรงงานเพียงแห่งเดียวที่จังหวัดกาญจนบุรี

ผลผลิตที่ออกมามากช่วงนี้โดยไม่มีตลาดรองรับ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกได้รับความเดือนร้อน จากปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นทาง อบต.บ้านเสด็จ ได้เข้าไปช่วยเหลือโดยการรับซื้อ กิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งมีผลผลิตออกสู่ตลาดวันละประมาณ 70 ตัน และให้ทางสกรณ์ฯช่วยหาตลาดระบายผลผลิตให้

ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง กล่าวอีกว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่ ขอความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป ช่วยรับซื้อสับปะรดเพื่อบริโภค ซึ่งจำหน่ายผลสด กิโลกรัมละ 2 บาท ส่วน สับปะรดสุกที่ส่งโรงงานไม่ได้สำหรับทำอาหารสัตว์หรือปุ๋ย จำหน่าย กก.ละ 1 บาท หากต้องการจำนวนมากสามารถติดต่อได้ที่ สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง จำกัด โทร.086-6583097
--------------------------------------------------------------------------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51

ข้าวนาปรังลำปาง ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ !!!

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังจังหวัดลำปาง ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ
16 พฤษภาคม 2551 / 13:11:28
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080516131128

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังจังหวัดลำปาง ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เบื้องต้นจังหวัดลำปางเป็นผู้ประสานโรงสีต่างจังหวัดรับซื้อในราคาที่สูงขึ้น

นายนาวิน เทพวงศ์ พาณิชย์จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าเหนียวนาปรับในตำบลพิชัย กว่า 100 คน
เดินทางมาร้องขอให้จังหวัดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวนาปรับ ฤดูการผลิต 2551/51 ซึ่งประสบปัญหาราคาตำต่ำ
โดยมีการประชุมร่วมกันที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 13 พค.ที่ผ่านมา

โดยมีข้อเรียกร้องว่า ราคาข้าวเปลือกเหนียวนาปรังตกต่ำถูกพ่อค้าคนกลางและโรงสีกดราคารับซื้อ ราคาประมาณตันละ 6,000 บาท
ซึ่งไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ขอให้ช่วยรับซื้อในราคาตันละ 9,000 – 12,000 บาท

เกษตรกรขอรับความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ในการอบลดความชื้นของข้าวเปลือก โดยให้ความช่วยเหลือผ่านกลุ่มเกษตรหรือสถาบันเกษตรกร
หรือจ่ายเป็นค่าชดเชย ขอรับการสนับสนุนพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ขอความช่วยเหลือในการจัดหาปุ๋ย
และยาปราบศัตรูพืชในราคาถูก
และจังหวัดลำปางไม่มีโรงสีขนาดใหญ่ ขอให้จัดหาผู้ซื้อมารับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง

สำหรับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีแนวทางโดยจังหวัดรับประสานกับโรงสีหรือผู้รับซื้อข้าวในต่างจังหวัด
ข้าวเปลือกเหนียวนาปรับ (เกี่ยวสด) ในราคาตันละ 7,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียวความชื้น 15 % ในราคาตันละ 9,000 บาท
ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 14-31 พฤษภาคมนี้ ให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง แนะนำเกี่ยวกับการอบลดความชื้น
การปรับปรุงเมล็ดพันธุ์และเพิ่มผลผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกร นอกจากนี้จะนำข้อร้องเรียนเสนอให้ส่วนกลางพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ ข้าวเปลือกเหนียวนาปรังของจังหวัดลำปาง ในฤดูการผลิตปี 2550/51 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 17,033 ไร่
คาดว่าจะมีผลผลิตออกมา 8,516.50 ตัน
--------------------------------------------------------------------------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อาทิตย์ 18
พฤษภา 51