ป้ายบอกทางตกแต่งลายรถม้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มา : โปสการ์ด จาก "ร้านม้าหมุน" http://marsmoon.hi5.com

บทบรรณาธิการ


>>>on Lampang POST <<< ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารลำปางนับแต่นี้ไป


เรื่องใหญ่ และเรื่องสำคัญของสังคมไทย ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่กันเท่าใดนัก ก็คือระบบฐานข้อมูล การจัดทำระบบหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะลำปางเอง ข้อที่น่าตกใจคือว่า ลำปางเคยมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2492 คือ ไทยลานนา และ เอกราช ในปีพ.ศ.2500

แต่ลำปาง ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จะเก็บสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว (ยังไม่ต้องนับถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลอีกจำนวนมหาศาลที่ขาดการจัดเก็บเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังค้นคว้า ศึกษา) เราจึงไม่สามารถหาต้นฉบับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อค้น "ประวัติศาสตร์" และ "เรื่องราวลำปาง" แม้ในระยะสั้นๆ เพียง 50 -60 ปี

เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่อง "น้ำท่วมใหญ่ลำปาง 2548" ที่สร้างความพินาศเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าจากความทรงจำจางๆ เช่นเดียวกับที่เหตุภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดกับลำปางแต่มิได้รับการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ตลาด น้ำท่วม คนประสบภาวะหิวโหย...ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่สามารถสืบค้นทางประวัติเอกสารได้แน่ชัด...และถูกหลงลืมไปในที่สุด

หากไม่มองโลกในแง่ร้ายนัก ในโลกคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต อันเป็นโอกาสอันกว้างขวางที่สามารถย่นเวลา และระยะทางการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมหาศาล วันนี้ขณะที่ seacrh หาข้อมูลข่าวทำให้ได้พบกับเว็บไซต์หนึ่งนามว่า http://www.lampang2u.com/ เว็บนี้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลร้านค้าลำปาง และข่าวท้องถิ่นลำปางได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ยังคับแคบเกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างขวางในโลกไซเบอร์ พื้นที่ตรงนี้ จึงอาสาที่จะออกมาเพื่อรองรับกับ ข้อมูล ข่าวสาร และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำปาง ในปัจจุบันสมัย เท่าที่จะมีกำลังจะทำได้ ขณะเดียวกันก็มองลู่ทางของเครือข่ายในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของลำปางไปด้วย

ขณะที่ on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็ทำอีกหน้าที่หนึ่งในการรวบรวมฐานข้อมูล และข่าวสารทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของลำปาง ซึ่งคนละบทบาทกับที่แห่งนี้ จึงถือว่า บทนำนี้เป็นการเริ่มนับหนึ่ง ที่ออกก้าวเพื่อวันข้างหน้า ดังที่ เอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีชื่อดัง เคยบอกไว้ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า"

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ on Lampang POST
ศุกร์ 2
พฤษภา 51

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ยื่นเปลี่ยนเป็นนางสาว ลำปางไม่คึกคัก

ยื่นเปลี่ยนเป็นนางสาว ลำปางไม่คึกคัก
โดย ลานนาโพสต์ออนไลน์
ที่มา :
http://www.lampangpost.com/news/670-4.htm

ลำปางหงอยไม่สนเปลี่ยนนางสาว วันแรกมีใช้บริการแค่ 7 คน

หลังจากที่ พ.ร.บ. คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ซึ่งจะทำให้สตรีมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามและชื่อสกุล ได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สำหรับหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยจะต้องนำหลักฐาน ประกอบด้วยทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน ไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนที่สำนักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ซึ่งเป็นวันเปิดให้ใช้บริการเปลี่ยนคำนำหน้านามในวันแรก บรรยากาศในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง และเทศบาลนครลำปางเงียบเหงา ไม่ค่อยได้รับความสนมากนัก ซึ่งนางสุชานันท์ แก้วจิตคงทอง หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอเมืองลำปาง เปิดเผยว่า

ในการเปิดใช้บริการวันแรกนี้ ที่อำเภอเมืองลำปางได้มีผู้มาใช้บริการจำนวน 6 คนเท่านั้น โดยช่วงเช้ามีประชาชนมาใช้บริการเพียง 2 คน และช่วงบ่าย 4 คน โดยสาเหตุที่มาเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางเป็นนางสาว ส่วนใหญ่ผู้ที่มาเปลี่ยนเป็นผู้ที่ได้หย่าร้างกับสามีมานานแล้ว และได้เห็นการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ จึงได้เดินทางมาใช้บริการ นอกจากนั้นยังมีผู้ใช้บริการรายหนึ่งที่เดินทางมาจดทะเบียนหย่ากับสามีในวันนี้พอดี จึงได้ถือโอกาสเปลี่ยนคำนำหน้านางเป็นนางสาวไปด้วย

นางสาวพิตรา ภวภูตานนท์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266/59 หมู่ 15 ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง ผู้ที่ได้มาใช้บริการเปลี่ยนคำหน้านามจากนางเป็นนางสาว เปิดเผยความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ได้กลับมาใช้นางสาวอีกครั้ง ซึ่งตั้งแต่แต่งงานมาและได้หย่าร้างกับสามีต้องใช้คำนำหน้านามว่านางมาตลอด และหลังจากที่ พ.ร.บ. คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ตนเองตั้งใจมารอตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ซึ่งตนเองดีใจมาก เมื่อมีโอกาสได้กลับมาใช้คำนำหน้าว่านางสาวอีกครั้ง ในวันที่เปิดใช้บริการวันแรกจึงมาเปลี่ยนทันที

ทางด้านสำนักทะเบียนเทศบาลนครลำปาง ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น บรรยากาศเงียบเหงาทั้งวัน โดยมีผู้ที่เข้ามาใช้บริการเปลี่ยนคำนำหน้านามเพียง 1 คนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เข้ามาใช้บริการจะมาใช้บริการเกี่ยวกับงานทะเบียนทั่วไป

สำหรับผู้ที่เปลี่ยนคำนำหน้านามจากนางเป็นนางสาว หรือผู้ที่เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล จะมีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อกู้ยืมของธนาคาร หรือการทำสัญญาและเอกสารสำคัญต่างๆ หรือไม่นั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังประธานชมรมธนาคารจังหวัดลำปาง โดยนายบริบูรณ์ วชิรนุภาพ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดลำปาง กล่าวว่า

ในเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะตัวบุคคลก็ยังเป็นบุคคลเดิมอยู่ โดยจะอิงเลข 13 หลักบนบัตรประจำตัวประชาชนเป็นตัวกำกับอยู่ แต่สถานภาพบางครั้งอาจจะต้องมีเอกสารกำกับ ในช่วงแรกจะมีบ้างที่จะต้องปรับแก้ ลูกค้าต้องนำหลักฐานมายื่นของเปลี่ยนแปลงสถานะคำนำหน้านาม หรือการใช้ชื่อ-สกุล ส่วนเรื่องโดยระบบไม่มีผลกระทบอะไรยังทำงานได้เป็นปกติ

สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนสถานะหรือเปลี่ยนชื่อ-สกุลก็ให้นำเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนมายื่นให้ที่ธนาคารจะจัดการให้ ส่วนผู้ที่ไปเปลี่ยนสถานะมาแล้ว ยังไม่ต้องการเปลี่ยนข้อมูลจากเดิมที่มีอยู่ก็เป็นสิทธิ์ของตัวบุคคลเอง แต่เมื่อมีการถอนเงินหรือทำเอกสารสำคัญใดๆ จะต้องใช้ลายเซ็นเดิมให้เหมือนกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ด้วย
....................
สามารถติดตามอีกแหล่งข้อมูลใน"ครึ่งวันแรกคนลำปางใช้สิทธิ์เปลี่ยนคำนำหน้านามน้อยเกินคาด"
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 มิถุนายน 2551 13:46 น.
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065251

ผู้สื่อข่าว
onlampang POST

เสาร์ 21
มิถุนา 51

หวั่นฝันค้างรถไฟเด่นชัย-เชียงรายเชื่อมจีน

อปท.-ชาวบ้านหวั่นฝันค้างรถไฟเด่นชัย-เชียงรายเชื่อมจีน
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2551 10:33 น.
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000062965

พะเยา – องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ คาด รถไฟเด่นชัย-เชียงราย ฝันค้าง ไม่มั่นใจจะเกิดได้เพราะรัฐบาลไม่มีงบ ฯ อีกทั้งที่ดินยังไม่มีการเวนคืน ชาวบ้านรอเก้อจนถึงทุกวันนี้ ด้าน ส.ส.ดันรางคู่เชื่อม จีน-ไทย-เวียดนาม กระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างประเทศรุ่ง

นายสุรพล เต็มสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา กล่าวถึงโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ที่ได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ พ.ศ.2544 เป็นต้นมา ว่า นับเป็นเวลานานกว่า 6-7 ปีแล้ว ที่โครงการดังกล่าวบางช่วงผ่านพื้นที่ ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้หลายรัฐบาลที่ผ่านมาให้เหตุผลว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่คุ้มทุนหากมีการลงทุนก่อสร้างจริง

ดังนั้น จึงทำให้โครงการดังกล่าวเป็นเพียงฝันค้างจนถึงปัจจุบัน โดยส่วนตัวตนคิดว่าคงไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะขณะนี้รัฐบาลก็คงไม่มีงบประมาณเพียงพอเช่นกัน สังเกตได้จากที่ดินของประชาชนตามแนวเส้นทางผ่านของการศึกษาวางแผนในโครงการดังกล่าวยังไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่อย่างใด

โดยส่วนตัวไม่มีความมั่นใจว่าเส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย จะเกิดขึ้นได้ เพราะขณะนี้รัฐบาลไม่มีงบประมาณ ขณะเดียวกันกรมทางหลวงชนบทได้มีการเตรียมการสร้างเส้นทาง 2-4 ช่องทางจราจรผ่านทุ่งลอ เชื่อม R3A ใช้งบประมาณนับพันล้านบาท เส้นทางดังกล่าว คาดว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าเส้นทางรถไฟเพราะมีงบประมาณรองรับแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเส้นทางหากสร้างได้จะเป็นเส้นทางรองรับการคมนาคมขนส่งได้อย่างดี โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟจะทำให้ช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งทางบกได้ดีที่สุด ถ้าสร้างได้คิดว่าจะเชื่อมเส้นทางระหว่างประเทศไทย-ประเทศจีน ตอนใต้ ได้อย่างลงตัว

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย โครงการเดิมตนเห็นด้วยในเรื่องของเส้นทางเชื่อม แต่หากเป็นการก่อสร้างรางรถไฟรางเดี่ยวตนไม่เห็นด้วยเพราะไม่คุ้มทุน เนื่องจากปัจจุบันในเอเชียเส้นทางรถไฟเป็นรางคู่หมดแล้ว ทั้งในประเทศจีน เวียดนาม ก็ใช้รถไฟรางคู่

ดังนั้น หากจะผลักดันให้มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย จะต้องทำเป็นรางคู่ เชื่อมตั้งแต่ประเทศจีน ตอนใต้ มายังประเทศไทย และเชื่อมโยงไปถึงประเทศเวียดนาม ทำให้เกิดการกระจายความเจริญด้านเศรษฐกิจตลอดพื้นที่ของเอเชียจึงจะทำให้เกิดการคุ้มทุนในการก่อสร้าง ซึ่งในประเทศไทยเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองต่างๆ ก็ต้องเป็นรางคู่ด้วยเช่นกัน คาดว่าต้องใช้งบประมาณนับหมื่นล้านบาทจึงสามารถดำเนินการได้

“หากจะสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ตนคิดว่าต้องยึดเส้นทางตามการศึกษาเดิมที่ได้มีการวางแนวไว้ ไม่ต้องศึกษาใหม่เพราะจะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้น”
....................
ผู้สื่อข่าว
onlampang POST


เสาร์ 21
มิถุนา 51

สั่งปิดรร.เทศบาล 1 หลังโรคมือเท้าปากระบาด

สั่งปิดโรงเรียนเทศบาลลำปาง 1 หลังโรคมือเท้าปากระบาด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 มิถุนายน 2551 11:14 น.
ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066216

ลำปาง - เทศบาลนครลำปางสั่งปิดโรงเรียนเทศบาล 1 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และเฝ้าระวังต่ออีก 14 วันหลังเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก พร้อมแจ้งให้โรงเรียนในสังกัดเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดโดยในเรื่องความสะอาด

รายงานข่าวจากจังหวัดลำปางแจ้งว่า เทศบาลนครลำปางมีคำสั่งให้โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านแสนเมืองมูล) ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง ปิดการเรียน 1 สัปดาห์และเฝ้าระวังต่ออีก14วัน หลังพบเด็กเป็นโรคมือเท้าปาก 2 คน

โดยในวันนี้ (6 มิ.ย.) ที่ห้องเรียนแผนก อนุบาล 1-3 เจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขเทศบาลนครลำปางได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดเพื่อทำลายเชื้อโรคมือปากเท้าที่ระบาดในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในการทำความสะอาดภายในห้องเรียน รวมทั้งอุปกรณ์การเล่นของเด็กและอุปกรณ์การนอน กระดาน พัดลมและอื่นๆ หลังจากนั้นก็ได้นำออกผึ่งแดดอีกครั้ง

นางวราภา อัญชณา ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านแสนเมืองมูล) เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวาน (5 มิ.ย.) ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของเด็กที่ป่วยก็ได้ประสานงานไปยังกองสาธารณสุขเทศบาลนครลำปางทันที หลังจากนั้นทางเทศบาลก็จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและสั่งปิดการเรียนการสอนระดับอนุบาล ซึ่งมีเด็กทั้งหมดที่เรียนอยู่ในระดับ อนุบาล 1-3 มีจำนวน 125 คน พบเข้าค่ายจำนวน 33 คน ส่วนเด็กนักเรียนในระดับอื่นยังไม่พบ ภายหลังนำเด็กตรวจสุขภาพแล้วพบว่ามีเพียง 7 รายที่เข้าข่ายทั้งนี้ผู้บริหารได้สั่งให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 สัปดาห์และให้เฝ้าระวังต่ออีก 14 วัน

ขณะเดียวกัน ทางเทศบาลนครลำปางได้ขอความร่วมมือไปยังโรงเรียนในสังกัดให้ดูเรื่องความสะอาดและเฝ้าระวังโรคดังกล่าวทุกโรงเรียนแล้วโดยให้แต่ละโรงเรียนแจ้งทันทีหากพบว่ามีเด็กในโรงเรียนเจ็บป่วยเพื่อจะได้ป้องกันการแพร่ระบาดได้ทันท่วงทีต่อไป

สำหรับโรคมือ เท้า ปาก เป็นกลุ่มอาการหนึ่งของโรคติดเชื้อไวรัส ในเด็กเล็กจน ถึงวัยอนุบาล ติดต่อกันด้วยการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ หรือน้ำในตุ่ม พุพองหรือแผลของผู้ป่วยซึ่งมีเชื้อโรคนี้อยู่ เป็นโรคที่ติดต่อกัน อาการที่พบ คือ เมื่อได้รับ เชื้อประมาณ 3-6 วัน จะมีอาการไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วันจะเจ็บ ปาก เนื่องจากมีจุดหรือผื่นแดง อักเสบที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะเกิด ผืนแดงที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ แดง และแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ เด็กจะป่วยอยู่นาน 7-10 วัน

ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ อัมพาต กล้ามเนื้อ หัวใจอักเสบ บางรายมีอาการแทรกซ้อนที่ปอด ผู้ปกครองจึงควรให้เด็กอยู่ในความดูแล และได้กล่าวถึงการป้องกันว่าต้องดูแลในเรื่องของความสะอาด สถานที่ โดยเฉพาะศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และ เน้นให้เด็กล้างมือเป็นประจำ พ่อแม่ ครู ผู้ดูแลเด็กจะต้องดูแลเด็กเล็กเป็น พิเศษ เพราะเด็กเล็กจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีในเรื่องการรักษาความสะอาดของเด็กเล่นควรนำมาล้างทำความสะอาด และนำออกผึ่งแดดเป็นประจำ

ผู้ปกครองหากพบว่า เด็กป่วยไม่ควรให้ไปโรงเรียน หรือไปอยู่ศูนย์เด็กเล็ก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อให้การักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที
....................
ผู้สื่อข่าว
onlampang POST

เสาร์ 21
มิถุนา 51

ลำปางจัดระเบียบสังคม เดินหน้าตรวจจับร้านเหล้า

เมืองลำปางลุยจัดระเบียบสังคม เดินหน้าตรวจจับร้านเหล้าต่อเนื่อง
โดย ผู้จัดการออนไลน์
3 มิถุนายน 2551 11:00 น.
ที่มา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000064617

ลำปาง - ชุดจัดระเบียบสังคมลำปางออกกวาดล้างตามมาตรการจัดระเบียบสังคม 180 วันเห็นผลของมหาดไทยจับกุม 2 ร้านค้าเปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจำหน่ายสุราให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีและปล่อยให้พนักงานนั่งบริการแขกโจ๋งครื่ม

เมื่อเวลา 22.00-02.00 น.ของคืนที่ผ่านมา (2 มิ.ย.) ชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดลำปาง นำโดยนายสันติ นฤมิตร ป้องกันจังหวัด, นายสุทัศน์ สมคำ ปลัดอำเภอ, นายเกษม ใจจันทร์ ปลัดอำเภอ ชุด อส.จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังออกกวาดล้างและตรวจสอบร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการในเขตเมืองลำปาง จำนวน 6 แห่ง

ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบการกระทำผิดจำนวน 2 แห่ง โดยร้านแรก คือ ร้านเพื่อเหล้าปั่น ตั้งอยู่เลขที่ 378 ม.7 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง พบว่า เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและขณะเข้าตรวจสอบพบมีการจำหน่ายสุราให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี และได้วิ่งหลบหนีกันอลหม่าน แต่เจ้าหน้าสามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ 5 คน จึงได้นำตัวเจ้าของร้านและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากนั้นได้เข้าตรวจสอบที่ ร้านเปรี้ยวปากอยากชิม ตั้งอยู่เลขที่ 200/7 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งร้านดังกล่าวได้ขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหาร จากการเข้าตรวจสอบพบว่าภายในร้านได้จัดให้มีเด็กไว้คอยนั่งและบริการแขกตามโต๊ะด้วย และชั้นบนได้มีการลักลอบเปิดให้บริการคาราโอเกะ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งขอหาให้รับทราบและนำตัวเจ้าของร้านและพนักงานที่นั่งให้บริการแขก ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินการออกกวาดล้างปราบปรามการกระทำผิดและจัดระเบียบสังคมในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการ ของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการให้ทุกจังหวัดจัดระเบียบสังคมให้เรียบร้อยภายใน 180 วัน โดยในส่วนของจังหวัดลำปางได้ดำเนินการมาก่อนนั้นแล้วอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่ก็ยังคงพบมีการกระทำผิดอยู่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
....................
ผู้สื่อข่าว
onlampang POST

เสาร์ 21
มิถุนา 51

นายกแม่ปะห่วงปิดถนนแน่หากชาวบ้านผิดหวังสร้างอ่าง

นายกฯแม่ปะห่วง ชบ.ผิดหวังปิดถนน
โดย ลานนาโพสต์ออนไลน์
ที่มา :
http://www.lampangpost.com/news/679-3.htm

นายก อบต.แม่ปะเป็นห่วงชาวบ้านเอาจริงแน่หากผิดหวังเรื่องสร้างอ่างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม วอนผู้ว่าเร่งประสานไปทางอธิบดีกรมอุทยานฯเจรจาขออนุญาตสร้างอ่างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เกรงงบกว่า 20 ล้านจะตกไปทั้งที่เป็นโครงการพระราชดำริ

นายณรงค์ อินต๊ะพันธุ์ นายก อบต.แม่ปะ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีชาวบ้านตำบลแม่ปะกว่า 500 คนเดินขบวนไปที่ว่าการอำเภอเถินเรียกร้องพบนายสุวิทย์ เล็กกำแหง นายอำเภอ และนายดิเรก ก้อนกลีบ ผวจ.ลำปางเพื่อเรียกร้องให้ประสานไปทาง อธิบดีกรมอุทยาน พันธุ์พืช และสัตว์ป่า เพื่ออนุญาตให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากนั้น

ในทุกปีช่วงฤดูแล้งพื้นที่แม่ปะจะแล้งมากทำให้เกิดปัญหาด้านการทำการเกษตร แต่ในช่วงฤดูฝนหากฝนตกหนักติดต่อกันจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนราษฎร 10 หมู่บ้านกว่า 800หลังคาเรือน รวมถึง พื้นที่การเกษตร วัด และสำนักงาน อบต.แม่ปะต่างได้รับความเดือดร้อนกันทั่วเป็นอย่างนี้มานานหลายปีแล้ว และทั้งที่งบประมาณในการก่อสร้างอ่างได้ตกมาแล้วจำนวน 23 ล้านบาท แต่ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ก็ยังไม่อนุญาตเวลานี้ที่ตำบลแม่ปะ เวลาหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำทำการเกษตร ในลำห้วยไม่มีน้ำขัง

ในขณะที่ทราบว่าทางอำเภอวังชิ้นมีการสร้างอ่างเก็บน้ำกันแล้ว ขอทีหลังแม่ปะด้วยซ้ำแต่เขากลับได้สร้างก่อน ก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทั้งที่วังชิ้นจ.แพร่ และต.แม่ปะจ.ลำปางก็เกิดผลกระทบเหมือนๆกันไม่ทราบว่ามันติดขัดเรื่องอะไรอ่างแม่ปะถึงสร้างไม่ได้สักที

นายก อบต.แม่ปะกล่าวว่าตนได้รับทราบจากนายมงคล ปางชะกุล กำนัน ตำบลแม่ปะว่าตามที่ชาวบ้านออกมาเรียกร้องต่อนายอำเภอและผวจ.ลำปางเมื่อเร็วๆนี้ โดยให้เวลาทางราชการว่าในวันที่ 10 มิ.ย.51 นี้จะมาเอาคำตอบ ซึ่งในวันนั้น ได้รับทราบจากแกนนำชาวบ้านบอกว่า ถ้าวันที่ 10 มิ.ย.ได้คำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจหรือยังไม่ได้คำตอบก็ดี ชาวบ้านแม่ปะจะทำการปิดถนนสายพหลโยธินเพื่อไม่ให้รถยนต์แล่นผ่านได้ทันที

เวลานี้ชาวบ้านยังมั่นใจว่าหน่วยราชการจะช่วยเขาได้และยังเกรงว่าถ้าเลยเดือนกันยายน 51 งบประมาณที่ได้มาจะตกไป ความเดือดร้อนของชาวบ้านก็จะไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงหน่วยงานอุทยานแห่งชาติท่านหนึ่งทราบว่าถ้าจะสร้างอ่างเก็บน้ำจริงๆต้องมีการประกาศยกเลิกอุทยานก่อน และจะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย เท่าที่ทราบระเบียบของอุทยานจะอนุญาตให้สร้างได้ต้องอยู่ใน 2 กรณีหลัก คือ เป็นโครงการพระราชดำริ และเพื่อความมั่นคงของชาติ ความจริงเรื่องนี้ทางอธิบดีฯสามารถอนุมัติให้สร้างก่อนก็ได้ แต่อุทยานจะผ่อนผันหรือไม่ในส่วนตัวแล้วตนยังหวังทางจังหวัดน่าจะคุยกับทางหน่วยราชการด้วยกันรู้เรื่องเจ้าหน้าที่นายนั้นกล่าว

นายณรงค์ อินต๊ะพันธุ์ นายก อบต.แม่ปะ กล่าวอีกว่า ตนอยากเรียนว่าความเดือดร้อนของชาวบ้านได้รับเกือบจะทั้งตำบลมาตั้งแต่ปี 44 และเป็นอย่างนี้ทุกปี พอได้รับพระมหากรุณาธิคุณรับโครงการนี้เข้ามาอยู่ในโครงการพระราชดำริ งบประมาณก็มาแล้วแต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าของพื้นที่คิกกรมอุทยานฯ และหากงบประมาณการก่อสร้างต้องตกไป ชาวบ้านเขาคงทนไม่ได้ตนแล้วจึงเป็นห่วงว่าในวันที่ 10 ม.ย.ที่ทางชาวบ้านจะนัดฟังคำตอบที่อ.เถินแต่จะส่งตัวแทนเข้าพบผวจ.เพื่อฟังคำตอบ ถ้าหากพวกเขาผิดหวังไม่ได้รับคำตอบ หรือคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจตนก็เกรงว่าชาวบ้านจะพากันปิดถนนพหลโยธินอย่างที่ประกาศไว้ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางที่หน้าที่ว่าการอำเภอเถินทันที ตนคาดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะรถโดยสารและบรรทุกพืชผลการเกษตรออกสู่ตลาดต้องเดือดร้อนแน่ครับ

ด้านนายดิเรก ก้อนกลีบ ผวจ.ลำปางให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับท่านอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ท่านบอกว่าขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารอุทยานแห่งชาติหลังจากนั้นจะนำเข้าสู่ครม.เพื่อพิจารณาซึ่งเรื่องนี้ทางท่านก็บอกกับตนว่าไม่เกินวันที่ 10 มิ.ย. 51 นี้ ผลที่ออกมาจะนำไปสู่ขบวนการในการที่จะเพิกถอนเขต อุทยานแห่งชาติออกจากเขตที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปะ ซึ่งคิดว่าคงต้องมีการนำไปสู่กฤษฎีกาและครม.แน่นอน

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว ตนหวังในความกรุณาของทางท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติที่จะเมตตาชาวลำปางโดยเฉพาะชาว ต.แม่ปะที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะโครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเข้ามาไว้ในโครงการพระราชดำริซึ่งพระองค์ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขทุกข์พสกนิกรของพระองค์ท่าน เมื่อสร้างอ่างแม่ปะแล้วนอกจากจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำไหลหลากในช่วงฤดูฝน อ่างแม่ปะยังสามารถใช้เป็นที่กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในฤดูเพาะปลูกได้อีกด้วย

ทั้งนี้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 23 ล้านบาทเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปะมาแล้ว กรมชลประทานก็ออกแบบเรียบร้อย ประมูลงานเรียบร้อย ตนจึงเชื่อว่าคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคงจะไม่ขัดข้องและนำไปสู่ขบวนการการแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของชาวบ้าน แม่ปะ จ.ลำปางของเรา เบ็ดเสร็จตามขั้นตอนหลังออกจากที่ประชุมคณะกรรมการฯไม่น่าจะเกินเดือนกรกฎาคม ก็ลงมือก่อสร้างได้อย่างแน่นอน ผวจ.ลำปางกล่าว
......................................
ผู้สื่อข่าว
onlampang POST

เสาร์ 21
มิถุนา 51

ชาวนาลำปางแห่ขายข้าวนาปรัง

ชาวนาลำปางแห่ขายข้าวนาปรัง
โดย ผู้จัดการออนไลน์
30 พฤษภาคม 2551 10:46 น.
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000062967

ลำปาง – ชาวนาเมืองเขลางค์นครแห่นำข้าวนาปรังขาย หลังโรงสีเปิดจุดรับซื้อตามนโยบายรัฐแล้ว 2 จุด

รายงานข่าวจากจังหวัดลำปาง แจ้งว่า ชาวนาในจังหวัดลำปาง ที่รอนำข้าวขายให้กับเอกชนหรือโรงสีขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการรับซื้อข้าว โดยการประสานงานของการค้าภายในจังหวัดลำปาง ได้ทยอยเข้ารับซื้อข้าวของเกษตรกรแล้ว โดยมีโรงสีเอกชน คือ โรงสีอรรพล จากจังหวัดแพร่ เป็นผู้เข้ามารับซื้อ โดยมีการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกเหนียว รวม 2 จุด คือที่ บริเวณศูนย์เด็กเล็กบ้านม่อนเขาแก้ว ตำบลพิชัย และบริเวณร้านค้าชุมชนตำบลชมพู (สี่แยกภาคเหนือ) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สำหรับการรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวทั้ง 2 แห่ง มีเจ้าหน้าที่จากการค้าภายในจังหวัดลำปาง เป็นผู้เข้าไปดูแลความเรียบร้อย โดยมีการกำหนดราคาไว้ที่ ข้าวเปลือกเหนียวความชื้นไม่เกิน 15% ราคาตันละ 9,000 บาท ส่วน ความชื้นระหว่าง 16-29% ราคาตันละ 8,000 กว่าเฉลี่ยกันไป ความชื้นสูงกว่า 30% ราคาตันละ 7,000 บาท

ทั้งนี้ เกษตรกรที่นำข้าวมาขายต่างพอใจกับราคานี้ คาดว่า ในวันนี้จะมีเกษตรกรนำข้าวมาขายกว่า 200 ตัน จากเมื่อสองวันที่ผ่านมามีเกษตรกรทยอยนำมาขายแล้วกว่า 300 ตัน ทั้งนี้การเปิดจุดรับซื้อจะยังคงเปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าเกษตรกรจะขายหมดโดยไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นไปตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2551 มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก โดยจะร่วมรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวนาปรังจากเกษตรกร ในราคาตันละ 9,000 บาท (ความชื้นไม่เกิน 15%) ราคาตันละ 8,000 บาท (ความชื้นไม่เกิน 25%) และตันละ 7,000 บาท (ความชื้นสูงกว่า 25%)
......................................
ผู้สื่อข่าว
onlampang POST

เสาร์ 21
มิถุนา 51

ถล่มผู้ว่าฯรับสินบนฟอกผิดนายกเล็ก


ป้ายผ้าที่เป็นข่าว
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066642

การเมืองท้องถิ่นลำปางคุกรุ่น/ถล่มผู้ว่าฯรับสินบนฟอกผิดนายกเล็ก

โดย ผู้จัดการออนไลน์
7 มิถุนายน 2551 12:16 น.

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066642

ลำปาง – มือดีนำป้ายผ้าเขียนข้อความถล่ม “ผู้ว่าฯรับสินบน” หลังนายกเล็กนครลำปางพ้นผิดกรณีมีผู้ร้องเรียนว่ามีส่วนได้เสียในกิจการเทศบาล

การเมืองท้องถิ่นลำปางเริ่มเข้มข้น หลังฝ่ายตรงข้ามทำหนังสือร้องเรียนนายนิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ว่าเข้าไปมีส่วนได้เสียในการจัดงาน “ไก่ขาวเกมส์” โดยระบุว่า โรงเรียนซึ่งมีนายนิมิตร เป็นเจ้าของเข้าไปมีส่วนในการรับงานแปรอักษรให้กับเทศบาลนครลำปางในการแข่งขันกีฬานักเรียนเทศบาลและเมืองพัทยา รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่24 ในวันที่ 18-25 มกราคม 2550

ล่าสุดนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วได้ได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.51 ว่า กรณีดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่านายกเทศมนตรีนครลำปาง มีความสัมพันธ์ในเชิงประโยชน์จากการกระทำเทศบาลนครลำปาง และยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ใดที่แสดงให้เห็นว่า นายนิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปางได้มีการใช้โอกาสในฐานะที่ตนดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีสร้างประโยชน์ส่วนตนโดยเบียดเบียนหรือคุกคามประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์ของเทศบาล จึงยังไม่อาจถือได้ว่าเข้าลักษณะเป็นผู้กระทำการอันเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่ทำกับเทศบาลนครลำปาง

หลังแจ้งผลการตรวจสอบได้เพียงวันเดียว รุ่งขึ้น(6 มิ.ย) ได้มีมือดี เขียนป้ายผ้าข้อความว่า “ผู้ว่าดิเรก รับสินบน นิมิตร ไก่ขาวเกมส์ จึงพ้นผิด” ปิดไว้บริเวณข้างรั้ว กลางเมืองลำปาง แต่ก็ปิดไว้ได้เพียงครึ่งวัน ช่วงบ่ายได้มีคำสั่งให้ปลดป้ายดังกล่าวออกทันที





ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวออกมามากมายว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางมีคำสั่งให้นายกเทศมนตรีนครลำปางมีความผิดและมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองซึ่งเป็นผู้ยื่นเรื่องออกมาประโคมข่าวกันอย่างแพร่หลายทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ที่อยู่อยู่ในเครือข่าย แต่เมื่อผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏออกมาแบบตรงข้าม จึงทำให้มีการเล่นนอกเกมส์เกิดขึ้น
.......................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

เสาร์ 21

มิถุนา 51