ป้ายบอกทางตกแต่งลายรถม้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มา : โปสการ์ด จาก "ร้านม้าหมุน" http://marsmoon.hi5.com

บทบรรณาธิการ


>>>on Lampang POST <<< ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารลำปางนับแต่นี้ไป


เรื่องใหญ่ และเรื่องสำคัญของสังคมไทย ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่กันเท่าใดนัก ก็คือระบบฐานข้อมูล การจัดทำระบบหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะลำปางเอง ข้อที่น่าตกใจคือว่า ลำปางเคยมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2492 คือ ไทยลานนา และ เอกราช ในปีพ.ศ.2500

แต่ลำปาง ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จะเก็บสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว (ยังไม่ต้องนับถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลอีกจำนวนมหาศาลที่ขาดการจัดเก็บเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังค้นคว้า ศึกษา) เราจึงไม่สามารถหาต้นฉบับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อค้น "ประวัติศาสตร์" และ "เรื่องราวลำปาง" แม้ในระยะสั้นๆ เพียง 50 -60 ปี

เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่อง "น้ำท่วมใหญ่ลำปาง 2548" ที่สร้างความพินาศเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าจากความทรงจำจางๆ เช่นเดียวกับที่เหตุภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดกับลำปางแต่มิได้รับการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ตลาด น้ำท่วม คนประสบภาวะหิวโหย...ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่สามารถสืบค้นทางประวัติเอกสารได้แน่ชัด...และถูกหลงลืมไปในที่สุด

หากไม่มองโลกในแง่ร้ายนัก ในโลกคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต อันเป็นโอกาสอันกว้างขวางที่สามารถย่นเวลา และระยะทางการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมหาศาล วันนี้ขณะที่ seacrh หาข้อมูลข่าวทำให้ได้พบกับเว็บไซต์หนึ่งนามว่า http://www.lampang2u.com/ เว็บนี้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลร้านค้าลำปาง และข่าวท้องถิ่นลำปางได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ยังคับแคบเกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างขวางในโลกไซเบอร์ พื้นที่ตรงนี้ จึงอาสาที่จะออกมาเพื่อรองรับกับ ข้อมูล ข่าวสาร และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำปาง ในปัจจุบันสมัย เท่าที่จะมีกำลังจะทำได้ ขณะเดียวกันก็มองลู่ทางของเครือข่ายในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของลำปางไปด้วย

ขณะที่ on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็ทำอีกหน้าที่หนึ่งในการรวบรวมฐานข้อมูล และข่าวสารทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของลำปาง ซึ่งคนละบทบาทกับที่แห่งนี้ จึงถือว่า บทนำนี้เป็นการเริ่มนับหนึ่ง ที่ออกก้าวเพื่อวันข้างหน้า ดังที่ เอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีชื่อดัง เคยบอกไว้ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า"

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ on Lampang POST
ศุกร์ 2
พฤษภา 51

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เปิดพิพิธภัณฑ์หีดพระธัมม์ วัดปงสนุกใต้ คนล้นหลาม


ผู้คนหลากหลาย เข้าร่วมงานเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551


บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์หีดธัมม์

บรรยากาศพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์หีดพระธัมม์"หีดธัมม์รัตนานุรักษ์อนุสรณ์"
เมื่อวันพฤหัสที่ 22 พฤษภาคม 2551ณ อาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอเมืองลำปาง วัดปงสนุกใต้ อ.เมือง ลำปางเวลา 15.30 น. มีการทำบุญทักษิณานุประทาน แด่หลวงพ่อพระครูรัตนานุรักษ์ นำโดยเจ้าคณะจังหวัดลำปาง พระราชธรรมาลังการ และพระจินดารัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง

ราว 17.00 น. ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กล่าวรายงาน ต่อด้วยการบรรยายความเป็นมาโครงการ โดย ผ.ศ.วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์ ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ รวมไปถึง คุณอนุกูล ศิริพันธุ์ ประธานชุมชนบ้านปงสนุกด้วย หลังจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัด ชาย พานิชพรพันธุ์ ก็กล่าวเปิดงาน แล้วร่วมชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์หีดพระธัมม์ มีประชาชน และสื่อมวลชนร่วมงานคับคั่ง

หลังจากชมนิทรรศการเสร็จ ก็มีการบรรยาย ผลการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์ศิลปกรรมในเขต อ.แม่ทะ โดย คุณเมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ ศูนย์โบราณคดีภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอีกมาก รวมทั้งวิธีการศึกษา ให้ความรู้และการจัดการร่วมกันระหว่างนักวิชาการ วัดและชุมชน
ที่น่าสนใจก็คือ รองฯ ชาย เกริ่นว่า ลำปางน่าจะมีหอศิลป์ฯ ที่แสดงผลงานศิลปะในลำปาง และแนะให้เทศบาลฯ ทำเรื่องขอไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ใช้ศาลากลางหลังเก่าเป็นหอศิลป์ฯ
...........
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

ศุกร์ 23
พฤษภา 51

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

นิด้าดูเหมืองแม่เมาะ หาศักยภาพแร่ลิกไนต์อาเซียน-จีน

นิด้า ศึกษาข้อมูลเหมือง และโรงไฟฟ้า กฟผ.แม่เมาะ
ที่มา : ลานนาโพสต์ออนไลน์
http://www.lampangpost.com/local/news2.htm

นิด้า ศึกษาข้อมูลเหมือง และโรงไฟฟ้า กฟผ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 คณะเจ้าหน้าที่ ศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนาคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ได้เดินทางมาศึกษาข้อมูลการทำเหมืองและโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แม่เมาะ ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ที่ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “โครงการศึกษาศักยภาพการแข่งขันผลกระทบ และแนวทางปรับตัวอุตสาหกรรมแร่ และอุตสาหกรรมพื้นฐานภายใต้ความตกลง อาเซียน-จีน”

โดยมีคุณพินิจ เสมอวงษ์ วิศวกรระดับ 11 (ชชป.) และนายโอภาส จริยภูมิ นักธรณีวิทยาระดับ 10 ให้ข้อมูลพร้อมทั้งบรรยายสรุป เกี่ยวกับภารกิจของสายงานเชื้อเพลิง ในการจัดหาเชื้อเพลิงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าและภารกิจของเหมืองแม่เมาะในการขุดขนถ่านเพื่อส่งให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตลอดจนเทคโนโลยีการทำเหมืองเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน รวมถึงการนำถ่านหินมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า

ซึ่งคณะฯ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้ซักถามข้อมูลด้านต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ คณะวิจัยจะได้นำไปใช้ในการศึกษาศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ลิกไนต์ของไทย ภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีน.
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พุธ 21
พฤษภา 51

ผู้ว่าฯ ปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร 25 พ.ค.นี้


ผู้ว่าฯลำปาง แถลงข่าวบริเวณอาคารพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยพาณิชย์
ภาพจาก http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080521145602

พ่อเมืองลำปาง จัดโครงการ " ผู้ว่าฯ ปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร " เพื่อลดภาวะโลกร้อน และตามรอยประวัติศาสตร์
21 พฤษภาคม 2551 / 14:56:02
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่

http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080521145602

พ่อเมืองลำปาง จัดโครงการ " ผู้ว่าฯ ปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร " เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและให้ประชาชนชาวลำปางได้ตระหนักถึงภาวะโลกร้อน จะได้ร่วมมือกันเป็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการศึกษาตามรอยประวัติศาสตร์ของเมืองลำปาง

เมื่อวานนี้ ( 20 พ.ค.2551) เวลา 16.00 น. นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดแถลงข่าว โครงการ "ผู้ว่าฯ ขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร” ที่อาคารพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลำปาง ถนนฉัตรไชย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง

โดยเปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้โลกตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและปัญหามลพิษที่เกิดจาการใช้ เครื่องยนต์และปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งต้องเร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย และร่วมกันลดภาวะ โลกร้อน พร้อมชมทัศนียภาพ เส้นทางการปั่นจักรยาน ตั้งแต่บริเวณสะพานรัษฏาไปจนถึงสะพานดำ

จึงได้จัดโครงการ "ผู้ว่าฯ ปาขี่รถถีบโตยฮอยอลัมภางค์เขลางค์นคร” ขึ้น ในวันที่ 25 พ.ค. 2551 ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป โดยการปั่นรถจักรยานครั้งนี้ จะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชน ชาวลำปาง ร่วมกันปั่นจักรยาน ในวันเวลาดังกล่าว เริ่มต้นที่สะพานรัษฏา ไปสิ้นสุดที่สะพานดำ .
--------------
ข่าวโดย : อิสระ อินทร์พรม
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พุธ 21
พฤษภา 51

ข้าวถุงธงฟ้ามาลำปาง 3,000 ถุงเกลี้ยง

ชาวลำปางสนใจซื้อข้าวถุงธงฟ้ามหาชน แต่มีจำหน่ายเพียง 1,500 ถุง เท่านั้น
21 พฤษภาคม 2551 / 12:03:37
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่

http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080521120337

ชาวลำปางสนใจซื้อข้าวถุงธงฟ้ามหาชน แต่มีจำหน่ายเพียง 1,500 ถุง เท่านั้น เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.51) ชาวลำปางสนใจมาซื้อข้าวถุงธงฟ้ามหาชนไปบริโภค โดยจังหวัดลำปางได้รับการจัดสรรมาเพียง 3,000 ถุง และจำหน่ายให้กับประชาชนในเขตอำเภอเมืองเพียง 1,500 ถุง ซึ่งหมดภายในเวลาไม่นานนัก โดยซื้อได้ครอบครัวละ 2 ถุงและจำหน่ายราคาถุงละ 120 บาท ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า จ.ลำปาง บริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่า

นางเบญจวรรณ ตัญญู การค้าภายในจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า โครงการข้าวถุงธงฟ้ามหาชนในครั้งนี้ ทางจังหวัดลำปางได้รับการจัดสรรข้าวสารขาว 5 % พร้อมกับจังหวัดอื่นๆ 29 จังหวัดทั่วประเทศ โดยได้รับการจัดสรรจังหวัดละ 3,000 ถุง

ซึ่งทางสำนักงานการค้าภายใน จ.ลำปาง ได้จัดสรรให้กับหน่วยงานทั้งอำเภอต่างๆ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แจ้งความจำนงเข้ามา ซึ่งมีความต้องการประมาณ 7,000 ถุง

ซึ่งทางการค้าภายในจังหวัดได้นำมาจำหน่ายให้กับประชาชนในเขตอำเภอเมือง จำนวน 1,500 ถุง โดยได้จำหน่ายไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลือจะได้ส่งให้กับทางอำเภอห้างฉัตร 500 ถุง จากที่แจ้งความต้องการไว้ถึง 4 พันถุง และในส่วนของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปางเพื่อนำไปให้กับ ลูกจ้างตามโรงงานต่างๆ ที่มีรายได้น้อยได้ซื้อไปบริโภค จำนวน 700 ถุง รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งฝายและองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จแห่งละ 150 ถุง

ซึ่งข้าวถุงธงฟ้ามหาชนที่ได้รับจัดสรรมาก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ส่วนจะได้รับการจัดสรรมา อีกรอบหรือไม่ยังไม่สามารถจะยืนยันได้ ขณะที่ประชาชนที่มาซื้อข้าวถุงธงฟ้ามหาชนไปบริโภค บอกว่า “ ก็เป็นโครงการที่ดีเพราะราคาข้าวสารตอนนี้ราคาแพง ชาวบ้านจะได้ประหยัดเงินเนื่องจากค่าครองชีพสูง แต่อยากจะให้มีขายมากกว่านี้และนำมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในราคาถูกแบบนี้ ”
---------------
ข่าวโดย : อิสระ อินทร์พรม
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พุธ 21
พฤษภา 51

ข้าวนาปรังลำปาง ร้องรัฐช่วยเหลือ

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังจังหวัดลำปาง ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ
16 พฤษภาคม 2551 / 13:11:28
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080516131128

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังจังหวัดลำปาง ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ เบื้องต้นจังหวัดลำปางเป็นผู้ประสานโรงสีต่างจังหวัดรับซื้อในราคาที่สูงขึ้น

นายนาวิน เทพวงศ์ พาณิชย์จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าเหนียวนาปรับในตำบลพิชัย กว่า 100 คน เดินทางมาร้องขอให้จังหวัดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวนาปรับ ฤดูการผลิต 2551/51 ซึ่งประสบปัญหาราคาตำต่ำ โดยมีการประชุมร่วมกันที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 13 พค.ที่ผ่านมา

โดยมีข้อเรียนร้องว่า ราคาข้าวเปลือกเหนียวนาปรังตกต่ำ ถูกพ่อค้าคนกลางและโรงสีกดราคารับซื้อ ราคาประมาณตันละ 6,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ขอให้ช่วยรับซื้อในราคาตันละ 9,000 – 12,000 บาท เกษตรกรขอรับความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ในการอบลดความชื้นของข้าวเปลือก โดยให้ความช่วยเหลือผ่านกลุ่มเกษตรหรือสถาบันเกษตรกร หรือจ่ายเป็นค่าชดเชย ขอรับการสนับสนุนพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ขอความช่วยเหลือในการจัดหาปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชในราคาถูก และจังหวัดลำปางไม่มีโรงสีขนาดใหญ่ ขอให้จัดหาผู้ซื้อมารับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง

สำหรับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีแนวทางโดยจังหวัดรับประสานกับโรงสีหรือผู้รับซื้อข้าวในต่างจังหวัด ข้าวเปลือกเหนียวนาปรับ (เกี่ยวสด) ในราคาตันละ 7,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียวความชื้น 15 % ในราคาตันละ 9,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 14-31 พฤษภาคมนี้ ให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง แนะนำเกี่ยวกับการอบลดความชื้นการปรับปรุงเมล็ดพันธุ์และเพิ่มผลผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกร

นอกจากนี้จะนำข้อร้องเรียนเสนอให้ส่วนกลางพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ ข้าวเปลือกเหนียวนาปรังของจังหวัดลำปาง ในฤดูการผลิตปี 2550/51 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 17,033 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตออกมา 8,516.50 ตัน
------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

พุธ 21
พฤษภา 51

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

สับปะรดล้นตลาด อบต.บ้านเสด็จช่วย 1 ล้านบาท

เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตำบลบ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด เบื้องต้นอบต.บ้านเสด็จช่วยซื้อ
20 พฤษภาคม 2551 / 13:56:51
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080520135651

เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตำบลบ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด เบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จได้ตั้งงบประมาณช่วยรับซื้อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง กำลังประสบปัญหาราคาสับปะรดที่มีผลผลิตออกมาในช่วงนี้จำนวนมาก ทำให้พ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับชื้อในพื้นที่ๆ กดราคาต่ำลงเหลือกิโลกรัมละ 1.70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทำให้เกษตรกรขาดทุน เบื้องต้นองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ ตั้งงบประมาณ 1 ล้านบาทช่วยรับชื้อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายอู๊ด ปินตาเครือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลบ้านเสด็จเกษตรกรได้เพาะปลูกสับปะรดมีเนื้อที่หลายหมื่นไร่ และคาดว่าในปีนี้มีผลผลิตประมาณ 60,000 ตัน และในช่วงนี้มีผลผลิตออกมามาก ไม่สามารถระบายผลผลิตสู่ตลาดได้ สำหรับพ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับชื้อทั้งนำไปขายเพื่อบริโภค และส่งโรงงาน รับชื้อในราคาถูกกิโลกรัมละ 1.70 บาท และผลผลิตบางส่วนที่สุกเกินไปไม่มีผู้รับชื้อทำให้เกษตรกรเดือดร้อน

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ ได้ตั้งงบประมาณเข้ามารับชื้อ ในวงเงิน 1 ล้านบาท โดยชื้อในกิโลกรัมละ 2 บาท และในวงเงินดังกล่าวสามารถรับชื้อได้ประมาณ 5,000 ตัน เท่านั้น

สำหรับผลผลิตที่ อบต.รับซื้อไว้จะขายให้กับพ่อค้าที่มารับชื้อส่งโรงงาน และบางส่วน นำไปให้กับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเพื่อเป็นอาหารของช้าง และจะนำไปทำปุ๋ยหมัก ขณะที่ เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวอยากให้ทางราชการเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากผลผลิตสับปะรดที่มีผู้ปลูกกันในพื้นที่ถึง 3 ตำบล คือ ตำบลบุญนาคพัฒนา ตำบลบ้านแลง และตำบลบ้านเสด็จ คาดว่าจะมีผลผลิตสับปะรดออกมาอีกจำนวนมาก.
--------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 20
พฤษภา 51

ลำปางวางศิลาฤกษ์ ศูนย์เซรามิคฯ 145 ล้านบาท


อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกฯ มูลค่ากว่า 145 ล้านบาท
ถ่ายเมื่อ 8 พฤษภาคม 2551



อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกฯ มูลค่ากว่า 145 ล้านบาท
ถ่ายเมื่อ 8 พฤษภาคม 2551


จ.ลำปาง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกฯ
19 พฤษภาคม 2551 / 15:59:47
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080519155947

จ.ลำปาง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกฯ

จังหวัดลำปาง จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตถอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ณ สถานที่ก่อสร้าง ต.ศาลา อ.เกาะคา โดยมีนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ จังหวัดลำปางและกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดลำปาง จัดโครงการก่อสร้างศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ยื่นเสนอต่อรัฐบาลและได้รับอนุมัติจาก ครม. เมื่อปี 2547

ต่อมาได้มีการศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน ผลกระทบ รวมถึงพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะก่อสร้าง พบว่าพื้นที่ราชพัสดุ ต.ศาล อ.เกาะคา มีความเหมาะสม และในปี 2550-2551 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้จัดงบประมาณในวงเงินกว่า 145 ล้านบาทเป็นค่าก่อสร้าง

ซึ่งตัวอาคารศูนย์ฯประกอบด้วย อาคารแสดงนิทรรศการ อาคารแสดงสินค้า อาคาร OTOP อาคารพิพิธภัณฑ์ สำนักงาน และศูนย์อาหาร เป็นต้น โดยการดำเนินการก่อสร้างได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2550 เป็นต้นมา โดยมีกิจการร่วมค้าเชียงใหม่ริมดอย-ศิลป์โยธา เป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าศูนย์แห่งนี้จะสามารถเปิดดำเนินการได้ในราวต้นปี 2552

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า สถานที่ตั้งของศูนย์อยู่ในทำเลที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นขาล่องเข้ากรุงเทพฯ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดทางภาคเหนือได้ นอกจากนี้ตัวอาคารมีความสอดคล้องกับศิลปวัฒนธรรมของลำปางเป็นอย่างดี คาดว่าน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของลำปาง และศูนย์แห่งนี้ จะเป็นประโยชน์แก่อุตสาหกรรมเซรามิกและบุคคลทั่วไป เป็นแหล่งเชื่อมโยงผู้ผลิตผู้ซื้อ ศูนย์กลางส่งเสริมการตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ แหล่งบริการข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การบริหารจัดการในลักษณะศูนย์บริการธุรกิจอีกด้วย
-------------
ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

..............................
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 20
พฤษภา 51