ป้ายบอกทางตกแต่งลายรถม้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มา : โปสการ์ด จาก "ร้านม้าหมุน" http://marsmoon.hi5.com

บทบรรณาธิการ


>>>on Lampang POST <<< ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่มหาสมุทรแห่งข้อมูลข่าวสารลำปางนับแต่นี้ไป


เรื่องใหญ่ และเรื่องสำคัญของสังคมไทย ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่กันเท่าใดนัก ก็คือระบบฐานข้อมูล การจัดทำระบบหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะลำปางเอง ข้อที่น่าตกใจคือว่า ลำปางเคยมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2492 คือ ไทยลานนา และ เอกราช ในปีพ.ศ.2500

แต่ลำปาง ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จะเก็บสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าว (ยังไม่ต้องนับถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และข้อมูลอีกจำนวนมหาศาลที่ขาดการจัดเก็บเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังค้นคว้า ศึกษา) เราจึงไม่สามารถหาต้นฉบับหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อค้น "ประวัติศาสตร์" และ "เรื่องราวลำปาง" แม้ในระยะสั้นๆ เพียง 50 -60 ปี

เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่อง "น้ำท่วมใหญ่ลำปาง 2548" ที่สร้างความพินาศเสียหายอย่างใหญ่หลวง ก็คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่าจากความทรงจำจางๆ เช่นเดียวกับที่เหตุภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดกับลำปางแต่มิได้รับการบันทึก ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ตลาด น้ำท่วม คนประสบภาวะหิวโหย...ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่สามารถสืบค้นทางประวัติเอกสารได้แน่ชัด...และถูกหลงลืมไปในที่สุด

หากไม่มองโลกในแง่ร้ายนัก ในโลกคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต อันเป็นโอกาสอันกว้างขวางที่สามารถย่นเวลา และระยะทางการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมหาศาล วันนี้ขณะที่ seacrh หาข้อมูลข่าวทำให้ได้พบกับเว็บไซต์หนึ่งนามว่า http://www.lampang2u.com/ เว็บนี้มีความพยายามอย่างยิ่งในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลร้านค้าลำปาง และข่าวท้องถิ่นลำปางได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ยังคับแคบเกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างขวางในโลกไซเบอร์ พื้นที่ตรงนี้ จึงอาสาที่จะออกมาเพื่อรองรับกับ ข้อมูล ข่าวสาร และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำปาง ในปัจจุบันสมัย เท่าที่จะมีกำลังจะทำได้ ขณะเดียวกันก็มองลู่ทางของเครือข่ายในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของลำปางไปด้วย

ขณะที่ on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็ทำอีกหน้าที่หนึ่งในการรวบรวมฐานข้อมูล และข่าวสารทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญหนึ่งของลำปาง ซึ่งคนละบทบาทกับที่แห่งนี้ จึงถือว่า บทนำนี้เป็นการเริ่มนับหนึ่ง ที่ออกก้าวเพื่อวันข้างหน้า ดังที่ เอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีชื่อดัง เคยบอกไว้ว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า"

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ on Lampang POST
ศุกร์ 2
พฤษภา 51

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ควันหลงบอลยูโร ... เนื่องมาจากการชิงโชค


บรรยากาศการส่งไปรษณียบัตรทายผลบอล
ภาพจาก http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080627124632

ชาวลำปางสนใจส่งไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโร 2008 ยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้
โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
ที่มา :
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080627124632
27 มิถุนายน 2551 / 12:46:32

ชาวลำปางสนใจส่งไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโร 2008 ยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ ขณะนี้ มียอดจำหน่ายไปแล้ว 4 แสนกว่าฉบับ คาดว่าวันสุดท้ายในการปิดรับการทายผลจะมียอด ไปรษณียบัตรมากกว่านี้

นายสันติ ทิฆัมพรพิทยา หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดลำปาง เปิดเผยถึง สถิติยอดการจำหน่ายไปรษณียบัตรสำหรับการทายผลฟุตบอลยูโร 2008 ของจังหวัดลำปางว่า จนถึงปัจจุบัน มียอดจำหน่ายไปแล้ว 467,498 ฉบับ โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,126,600 ฉบับ ซึ่งถือว่ายังไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของยอดที่ตั้งไว้ โดยหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดลำปางคาดการณ์ว่าในเวลาที่เหลือ จนถึงวันปิดรับส่งทายผลน่าจะมียอดจำหน่ายอีก 2 แสนฉบับ โดยบริษัทไปรษณีย์ไทยตั้งเป้า ยอดจำหน่ายไปรษณียบัตรทั่วประเทศไว้ที่ 150 ล้านฉบับ

สำหรับการทายผลครั้งนี้มีรางวัลรวม ทั้งหมดกว่า 30 ล้านบาท รางวัลที่ 1 นั้นเป็นเงินสด 10 ล้านบาท และรางวัลพิเศษอีกมากมายทั้ง รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ รถจักรยานยนต์ สร้อยคอทองคำ ทีวีแอลซีดี 32 นิ้ว ทั้งนี้ประชาชนสามารถส่งไปรษณียบัตรได้จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2551.

ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

....
คอบอลแห่ซื้อไปรษณีย์ทายผลคึกคัก ลำปางคาดทะลุ 7 แสนฉบับ
โดย ผู้จัดการออนไลน์
27 มิถุนายน 2551 13:36 น.
ที่มา :
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000075718

ลำปาง - แฟนบอลแห่ซื้อไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโร 2008 คึกคัก เฉพาะไปษณีย์ลำปางแห่งเดียว เปิดทำการหนึ่งชั่วโมง ยอดจำหน่ายเกือบ 4 หมื่นฉบับ คาดจนถึงวันพรุ่งนี้จะมียอดจำหน่ายทะลุ 7 แสนฉบับ

รายงานข่าวจากจังหวัดลำปาง แจ้งว่า บรรดาแฟนบอล ต่างพากันไปซื้อไปรษณียบัตร เพื่อทายผลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 ณ ที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง ตั้งแต่เช้า โดยหลังเปิดทำการได้เพียง 1 ชั่วโมง มียอดจำหน่ายทะลุ 4หมื่นฉบับ ตลอดครึ่งวันจำหน่ายไปแล้วกว่า 2 แสนฉบับ คาดตลอดทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้จะมียอดจำหน่ายทั้งจังหวัดเกิน 7 แสนฉบับ

ด้าน นายสันติ ทิฆัมพรพิทยา หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า ในวันนี้ประชาชนและแฟนบอลต่างมาซื้อไปรษณียบัตรเพื่อทายผลการแข่งขันมากขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากทราบคราวๆแล้วว่าคู่แข่ง คือ สเปนกับเยอรมัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะซื้อคนละครึ่ง เชียร์สเปน 50 เชียร์เยอรมัน 50

และเนื่องจากในวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการรับทายผลการแข่งขัน ทางไปรษณีย์ทุกแห่งจึงขยายเวลารับทายผลจนถึง 18.00 น.ในส่วนของไปรษณีย์จังหวัดลำปาง ได้เตรียมไปรษณียบัตรไว้จำน่ายทั้งสิ้น 1.3 ล้านฉบับ ขณะนี้จำหน่ายไปแล้ว 4 แสนกว่าฉบับ คาดว่าจนถึงวันพรุ่งนี้น่าจะมียอดเกิน 7 แสนฉบับ หรือประมาณ 70% และเมื่อเทียบกับการแข่งขันเมื่อปี 2547 แล้ว คาดว่าจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

สำหรับที่ทำการไปรษณีย์ในจังหวัดลำปางมีทั้งสิ้น 16 แห่ง ที่ทำการลำปาง จำหน่ายมากที่สุด คือ 3 แสนกว่าฉบับ รองลงมาคือ ที่ทำการสบตุ๋ย และ ที่ทำการแม่วัง จำหน่ายได้กว่า 1 แสนฉบับ โดยทั้ง3 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองทั้งสิ้น
....
ไปรษณีย์บัตรบอลยูโร08 ขายเกือบล้าน
โดย ลานนาโพสต์ออนไลน์

ที่มา : http://www.lampangpost.com/news/674-7.htm

ลำปางยอดขายไปรษณียบัตรพุ่งเกือบ 9 แสนฉบับ ถึง 1.7 ล้านบาท

นายสันติ ทิฆัมพรพิทยา หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการจัดการแข่งขันบอลยูโร และจัดให้มีการทายผลฟุตบอลทางไปรษณียบัตร ทางไปรษณีย์ไทยจึงได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในการส่งทายผลทีมชนะเลิศฟุตบอลยูโร โดยได้มีประชาชนที่สนใจร่วมสนุกกับการทายผลฟุตบอล ทยอยเข้ามาซื้อไปรษณียบัตรเรื่อยๆ เป็นจำนวนมาก โดยไปรษณีย์ได้จำหน่ายไปรษณียบัตรฉบับละ 2 บาท ตั้งแต่เริ่มเปิดให้มีการทายผลในช่วงวันแรกๆ มีคนเข้ามาซื้อไปรษณียบัตรยังไม่มากนัก จนกระทั่งใกล้วันสุดท้ายที่ทราบผลว่าทีมใดที่จะชิงชนะเลิศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะประชาชนต่างเริ่มเข้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมาก วันหนึ่งจำหน่ายได้ประมาณ 20,000 ฉบับ จนที่นั่งในไปรษณีย์ไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ที่มาซื้อไปรษณียบัตรบางคนก็จะนั่งเขียนชื่อ-ที่อยู่ เพื่อส่งทายผลในทันที ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายปีที่มีคนเข้าไปรษณีย์เป็นจำนวนมาก

นายสันติ กล่าวอีกว่า สำหรับยอดขายไปรษณียบัตรในปีนี้ ไปรษณีย์ไทยได้ตั้งยอดขายทั่วประเทศไว้ทั้งหมด 150 ล้านฉบับ

ส่วนไปรษณียบัตรในจังหวัดลำปางเองได้ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด 1,126,600 ฉบับ

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายไปรษณีย์ทั้ง 16 แห่งในจังหวัดลำปางมียอดจำหน่ายไปรษณียบัตรทั้งหมด 871,626 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,743,252 บาท ซึ่งไปรษณีย์ลำปางจำหน่ายได้ 289,992 ฉบับ
ไปรษณีย์สบตุ๋ย 75,856 ฉบับ
ไปรษณีย์แม่วัง 83,539 ฉบับ
ไปรษณีย์งาว 36,446 ฉบับ
ไปรษณีย์แจ้ห่ม 35,300 ฉบับ
ไปรษณีย์เกาะคา 66,253 ฉบับ
ไปรษณีย์วังเหนือ 23,217 ฉบับ
ไปรษณีย์แม่ทะ 22,421 ฉบับ
ไปรษณีย์เถิน 62,936 ฉบับ
ไปรษณีย์สบปราบ 20,600 ฉบับ
ไปรษณีย์แม่พริก 21,250 ฉบับ
ไปรษณีย์ห้างฉัตร 28,630 ฉบับ
ไปรษณีย์เสริมงาม 17,513 ฉบับ
ไปรษณีย์แม่เมาะ 60,770 ฉบับ
ไปรษณีย์แม่วะ 8,608 ฉบับ และ
ไปรษณีย์เมืองปาน 18,725 ฉบับ

ซึ่งยอดจำหน่ายในปีนี้ได้น้อยกว่ายอดจำหน่ายครั้งที่แล้ว โดยเมื่อปี 2547 จำหน่ายได้ 979,540 ฉบับ

สำหรับยอดขายที่จำหน่ายได้ 1.7 ล้านบาทนั้นจะต้องร่วมกับส่วนกลางส่งให้กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐสวนหนึ่งเพื่อนำไปเป็นรางวัลที่จะมอบให้กับผู้โชคดี และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นรายได้ของไปรษณีย์

สำหรับรางวัลผู้โชคดีจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รางวัลที่ 1 เป็นเงินสด 10 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 เงินสด 1 ล้านบาท จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 3 เงินสด 1 แสนบาท จำนวน 100 รางวัล นอกจากนั้นยังมีรางวัลพิเศษ รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ จำนวน 2 รางวัล รถจักรยานยนต์ฮอนด้าไอคอน จำนวน 35 รางวัล สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 50 รางวัล ทีวีสี LCD 32 นิ้ว พร้อมโฮมเธียเตอร์ จำนวน 21 รางวัล ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 20 รางวัล และบัตรกำนัลเดอะมอลล์มูลค่า 1 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกำลังทำการคัดแยกไปรษณียบัตรที่ส่งมาทั่วประเทศกว่า 100 ล้านฉบับ เพื่อทำการจับรางวัลหาผู้โชคดีต่อไป
....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

แก้ไขล่าสุด
พฤหัส 10
กรกฎา 51

ตั้งร.ร.แก้จนคนลำปางพอเพียง

คนเมืองรถม้าเดินตามรอยพ่อ ตั้งร.ร.แก้จนคนลำปางพอเพียง
โดย คมชัดลึก
ที่มา :
http://www.komchadluek.net/2008/06/26/x_agi_b001_208744.php?news_id=208744วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551

จากข้อมูลการจดทะเบียนคนจนใน 8 กลุ่มปัญหาของ จ.ลำปาง มีผู้จดทะเบียนขอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐแล้วทั้งสิ้น 219,749 คน

ในขณะที่ข้อมูลขั้นพื้นฐานประชาชน หรือ จปฐ.ชาว จ.ลำปาง พบอีกว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีฐานะความยากจนตกเกณฑ์ จปฐ. หรือมีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 2.3 หมื่นบาทต่อคนต่อปี กระจายอยู่ทั่วจังหวัด เป็นที่มาของ โครงการโรงเรียนแก้จนคนลำปางพอเพียงตามแนวพระราชดำริ มุ่งช่วยแก้วิกฤติและปัญหาคนจนเหล่านี้

ดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า โครงการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้ยึดหลักความพอเพียง และน้อมนำเอาเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ ซึ่งจะช่วยสร้างความหวังใหม่ให้แก่คนจน ผู้มีรายได้น้อย ได้มีอาชีพ มีรายได้ อยู่อย่างเพียงพอ ทำให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น

โรงเรียนแก้จนคนลำปางพอเพียงฯ เป็นโรงเรียนคล้ายกับโรงเรียนชีวิต โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีอาคารเรียน ไม่มีกระดานดำ โต๊ะเรียน หรือแม้กระทั่งครู แต่เป็นชาวบ้านที่มีจิตอันเป็นสาธารณะ เป็นผู้รู้ ที่เรียกว่า นักปราชญ์ รอบรู้ในวิชาอาชีพทุกๆ ด้าน หรือถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้ามาเป็นผู้ประสาทวิชา คอยสั่งสอน แนะนำให้หมู่ชาวบ้านที่มาจากครอบครัวที่ยากจน มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. รวมถึงประชาชนผู้สนใจ ปัจจุบันสามารถก่อตั้งโรงเรียนแก้จนคนลำปางพอเพียงแล้ว 2 แห่ง ที่ อ.สบปราบ และ อ.เถิน

"ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมอาชีพจากโรงเรียนแก้จน สามารถนำเอาความรู้ที่ได้ไปประกอบสัมมาอาชีพ เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว หรือเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อใช้เป็นอาหารในครัวเรือน ทำให้ลดรายจ่ายในหมวดอาหารลงไปได้ และหากผลผลิตดังกล่าวมีมาก ก็ยังสามารถนำไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวต่อไป ประชาชนที่ผ่านการถ่ายทอดความรู้จำนวนไม่น้อยนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาทรัพยากรครัวเรือน เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือที่ดินของตน ซึ่งปล่อยรกร้างว่างเปล่า ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า" ดิเรกกล่าว

นายสุวิทย์ เล็กกำแหง นายอำเภอเถิน กล่าวถึงความสำเร็จของโรงเรียนแก้จนคนเมืองเถินพอเพียง ว่า บนเนื้อที่การดำเนินงาน 17 ไร่เศษ ของโรงเรียนแก้จนคนเมืองเถิน สภาพดินส่วนใหญ่ค่อนข้างเสื่อม เพาะปลูกอะไรก็ไม่ได้ผล จึงอาศัยวิธีแกล้งดิน ตามพระราชดำรัสในหลวง พัฒนาให้ดินฟื้นคืนสภาพ กลายเป็นดินที่กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งการขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้ ปัจจุบันมีการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรหมุนเวียนหลายชนิด ผสมผสานกับการเลี้ยงปศุสัตว์ ประมง กลายเป็นเกษตรผสมผสาน อาทิ ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงหมูหลุม โคเนื้อ เกษตรอินทรีย์ และปลูกผลไม้ มูลสัตว์ และซากวัสดุเกษตรที่เหลือใช้ยังสามารถใช้ทำปุ๋ยหมักใช้เองโดยไม่ต้องลงทุนซื้อหา

"ทั้งหมดเป็นห่วงโซ่โคจรเศรษฐกิจพอเพียง ที่ลงทุนลงแรงเพียงครั้งเดียว แต่ได้ผลคุ้มค่ามหาศาล มีสมาชิกในโรงเรียนแก้จนจำนวนกว่า 100 คน มาจากชาวบ้านผู้มีรายได้น้อย ตกเกณฑ์ จปฐ.หรือมีรายได้ต่ำกว่า 2.3 หมื่นบาทต่อคนต่อปี ปัจจุบันสามารถส่งขายผลผลิตได้แล้ว 5 รุ่น โดยมีนักปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้มีความรู้ความถนัดในอาชีพต่างๆ กว่า 80 คน เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย" สุวิทย์กล่าวทิ้งท้าย
....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

คดีฟ้องกองทุนเงินกู้ลำปางสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ ศาลนัดไกล่เกลี่ย

ศาลแขวงลำปาง จัดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย คดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
ที่มา :
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080630095449
30 มิถุนายน 2551 / 09:54:49

ศาลแขวงลำปาง จัดโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย คดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หลังจากได้รับฟ้องคดีกองทุน ฯ กว่า 2 พันราย ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ

นายสนิท โพชนะกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงลำปาง แจ้งว่า ด้วยศาลแขวงลำปาง ได้รับฟ้องคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของ นักเรียน นักศึกษา ของสถาบันการศึกษาในจังหวัดลำปาง จำนวน 2,066 ราย นับว่ามีจำนวนมากติดอันดับ 2 ในภาคเหนือ

ดังนั้น ศาลแขวงจังหวัดลำปาง จึงจัดโครงการ ไกล่เกลี่ยคดีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้จำเลยที่ถูกฟ้องมาศาล เพื่อไกล่เกลี่ยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อประโยชน์ในการผ่อนชำระหนี้ และแบ่งเบาภาระของลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ในอัตราผ่อนชำระที่ต่ำสุด คือ อย่างต่ำเพียงเดือนละ 400 บาท ของต้นเงิน 30,000 บาท และอย่างสูงเพียงเดือนละ 3,600 บาทของต้นเงิน 350,000 บาท ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาในการผ่อนชำระยาวนานถึง 9 ปี และจำเลยก็ยังคงมีเครดิตที่ดี ในการทำนิติกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินอื่นอีกต่อไป

ถือเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ จำเลยทุกคนที่ถูกฟ้องในคดีต้องมาศาลตามกำหนดนัด หากไม่สามารถมาศาลได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจ อาจจะมอบให้ญาติหรือจำเลยที่มาศาล เป็นผู้มาศาลทำการเจรจาไกล่เกลี่ย และมีอำนาจลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงผ่อนชำระกับโจทก์แทน

สำหรับข้อเสียของการไม่มาศาล คือ จำเลยจะถูกศาลพิพากษาให้ต้องชำระเงินทั้งหมด ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้อง และทางกองทุนฯจะส่งชื่อจำเลยไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ทำให้เสียเครดิตในการทำนิติกรรมกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ในอนาคต

ทั้งนี้ กำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 1-29 สิงหาคม 2551 ณ อาคารศาลแขวงลำปาง

ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

ลำปางจัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน

ลำปางจัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน
โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
ที่มา :
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080627192554
27 มิถุนายน 2551 / 19:25:54

ลำปางจัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน และ SCB แฟร์ ครั้งที่ 1 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนจากภาวะน้ำมันแพง และภาระค่าครองชีพ โดยจัดงานระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2551 ณ ลานเอนกประสงค์ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาลำปาง

นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ปัจจุบันจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพงและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว

กรมการค้าภายในร่วมกับจังหวัดลำปาง ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลำปาง หน่วยงานภาคราชการ และเอกชน จึงได้จัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน โดยนำสินค้าดีมีคุณภาพได้มาตรฐานราคาประหยัด ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป จากฟาร์มและโรงงาน สินค้าโอทอป พืชผัก ผลไม้ และกุ้งจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้บริโภคจะได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาประหยัดและผู้ขายมี ช่องทางการจำหน่ายสินค้าของตนเองได้อีกทางหนึ่ง

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคได้ในงานดังกล่าว ซึ่งจะจัดงานระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ ลานเอนกประสงค์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลำปาง.

ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท. ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

ลำปางเตรียมจัดงานเทศกาลวันปลา ครั้งที่ 8

ลำปางเตรียมจัดงานเทศกาลวันปลา ครั้งที่ 8
โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
ที่มา :
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=080630163814
30 มิถุนายน 2551 / 16:38:14

จังหวัดลำปางเตรียมจัดงานเทศกาลวันปลา ครั้งที่ 8 โดยหวังให้ประชาชนหันมากินปลาเพิ่ม

นายนิพนธ์ อุปการัตน์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมการประมง สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จังหวัดลำปางได้จัดงานเทศกาลวันปลามาตั้งแต่ปี 2541 เป็นครั้งแรก และได้จัดติดต่อกันมาจนถึงปี 2547 ( ครั้งที่ 7) เป็นครั้งสุดท้าย

การจัดงานที่ผ่าน ๆ มา ได้รับความสนใจจากชาวลำปางเป็นอย่างดี และต้องการให้จัดทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม แต่เนื่องจากสำนักงานฯขาดงบประมาณจึงหยุดไปตั้งแต่ปี 2547 และในปี 2551 สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง อยากให้เทศกาลกินปลาเริ่มใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะหางบประมาณให้บางส่วน สำนักงานฯจึงเห็นว่าการจัดงานดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมากินปลาเพิ่มขึ้น เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการประมง ประกอบกับให้นักเรียน นักศึกษา กลุ่มแม่บ้าน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง จึงได้กำหนดจัดงานเทศกาลวันปลาขึ้น ระหว่างวันที่ 31 กรกฏาคม - 3 สิงหาคม 2551 ณ บริเวณตลาดเทศบาล 4 ( ตรงข้ามห้างบิ๊กซีลำปาง)

สำหรับภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น นิทรรศกาลเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย นิทรรศการแปรรูปปลาซัคเกอร์ การอนุรักษ์ทรัพยากรประมง การประกวดวาดภาพระบายสีสัตว์น้ำของนักเรียนระดับต่าง ๆ การแข่งขันปรุงอาหาร ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าโอท็อปของจังหวัดลำปาง

ข่าวโดย : ชาคริต แสนสุยะ
หน่วยงาน : สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษา จังหวัดลำปาง
.....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

เนื่องมาจากนโยบายรัฐ เอเอสทีวี และเสียงจากคนลำปาง

สมาชิกเคทีวีคัดค้านรัฐปิดเอเอสทีวี
โดย ลานนาโพสต์ออนไลน์
ที่มา :
http://www.lampangpost.com/news/672-4.htm

กลุ่มผู้ใช้บริการเคเบิลทีวีท้องถิ่นเขตเมืองลำปาง ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสั่งหยุดแพร่ภาพช่อง ASTV ยันหากปิดจริงอาจเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรที่ กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ใช้บริการ เคเบิลท้องถิ่น หรือสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่น ในเขตเทศบาลนครลำปาง ต่างแสดงความไม่เห็นด้วย กรณี ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งให้ ควบคุมมิให้ผู้ประกอบการเคเบิ้ลถ่ายทอดสัญญาณ โดยล่าสุดนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการทั้ง 5 แห่งของจังหวัดลำปางแล้ว เพื่อขอให้งดการถ่ายทอดสัญญาณ ซึ่งผู้ประกอบการ 4 แห่งจะยุติการเผยแพร่ทันที แต่อีกหนึ่งแห่งคือ เขลางค์นครเคเบิ้ลทีวี ซึ่งมีบริษัทสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดชลบุรี จะขอฟังความชัดเจนจากบริษัทใหญ่ก่อนว่าจะให้ยุติได้เมื่อใด

นายสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง หนึ่งในสมาชิกเขลางค์นครเคเบิ้ลทีวี กล่าวว่า การที่มีคำสั่งเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้องเพราะประชาชนจะรับชมรับฟังข่าวสารใดๆถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสารผ่านทางช่อง ASTV หากรับชมไม่ได้ก็จะต้องไปหาช่องทางอื่น และหากหมดหนทางอาจจะต้องไปรวมตัวกันที่สะพานมัฆวานเพื่อจะได้รับทราบข้อเท็จจริง และตนในฐานะสมาชิกเมื่อผู้ประกอบการเคยโฆษณาไว้ว่ามีการถ่ายทอดและให้บริการช่องดังกล่าวด้วย ตนจึงสมัครเป็นสมาชิกเพื่อต้องการชมช่อง ASTV แต่หากงดหรือยุติการเผยแพร่ตนในฐานะสมาชิกก็ถือว่าได้รับความเสียหาย ก็คงต้องเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการต่อไป

ด้านนายคมกฤช เก็ดเพียร นักวิชาการหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ในส่วนตัวนั้นมีความภูมิใจที่ จ.ลำปางมีสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ได้รับรู้ข่าวสารอย่างแพร่หลาย และเมื่อได้รับทราบข่าวว่ามีการสั่งระงับช่องสัญญาณ ASTV NEW 1 รู้สึกไม่สบายใจ ทั้งที่ประชาชนที่รับชมนั้นต่างมีวิจารณญาณดีพอว่าอันไหนผิดอันไหนถูก ซึ่งการสั่งระงับสัญญาณนี้ตนเองไม่เห็นด้วยและขอไว้อาลัยกับการกระทำครั้งนี้ของคนในรัฐบาล

ส่วนนายสัจจพันธ์ คุรุภากรณ์ อาชีพวิศวกร ได้กล่าวว่า การสั่งระงับสัญญาณตนเองไม่เห็นด้วยเนื่องจากตนเอง เป็นสมาชิกเคเบิลท้องถิ่นและติดตามชมช่องรายการนี้ตลอดมาได้รับรู้ข่าวสารต่างๆและมีวิจารณญาณดีพอว่าจะตัดสินอย่างไร การสั่งปิดสัญญาณนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเป็นการปิดหูปิดตาประชาชน ซึ่งยากให้รัฐบาลคิดให้ดีอยากให้ประชาชนนั่งชมอยู่ที่บ้านหรือจะให้ไปรวมตัวกับกลุ่มพันธมิตร

สำหรับนางสาวนพรัตน์ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) สมาชิกเขลางค์นครเคเบิ้ลทีวี จ.ลำปาง กล่าวว่า คิดว่าดีแล้วที่มีการปิดช่อง ASTV เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ การที่ประชาชนแตกแยก มารวมกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจยิ่งแย่ลงไป น้ำมันแพง ข้าวก็แพง สินค้าอื่นๆก็แพงขึ้น ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน ส่วนรัฐบาลก็ไม่ทำงานไม่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชน สนใจแต่การแก้รัฐธรรมนูญและปัญหาเรื่องม็อบ ซึ่งการแก้ไขแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้รัฐบาลควรหันมาให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนมากกว่า คิดว่าทุกคนทั้งรัฐบาลและฝ่ายพันธมิตรเป็นคนที่มีการศึกษากันทั้งนั้น ไม่ควรที่จะมาสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ แต่นำสมองไปคิดแก้ไขปัญหาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองจะดีกว่า

ทั้งนี้ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางมีหนังสือไปยังผู้ประกอบการแล้วได้เรียกประชุมด่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อให้เข้มงวดและตรวจสอบ 24 ชั่วโมง ว่ายังมีผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนอีกหรือไม่หากพบก็จะให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51

เตือนอันตรายจากกลอยในการบริโภค

สาธารณสุขลำปาง เตือนอันตรายจากกลอยที่นำมาประกอบอาหาร เพราะกลอยเป็นพืชมีพิษแต่รับประทานได้ หากกำจัดพิษให้หมด
30 มิถุนายน 2551 / 15:49:45
โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
ที่มา :
http://www.lampang.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=080630154945

สาธารณสุขลำปาง เตือนอันตรายจากกลอยที่นำมาประกอบอาหาร เพราะกลอยเป็นพืชมีพิษแต่รับประทานได้ หากกำจัดพิษให้หมด มิเช่นนั้นอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หายใจขัด และหมดสติ วอนผู้ผลิต พ่อค้า แม่ค้า กำจัดพิษจากกลอยให้ถูกวิธี ก่อนนำไปประกอบอาหาร เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กลอยเป็นพืชที่มีพิษอยู่บริเวณหัว สารพิษที่พบคือ ไดออสคอรีน ( dioscorine ) โดยจะมีฤิทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เป็นอัมพาต หรือหยุดหายใจได้ นอกจากนี้อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการปวดแสบปวดร้อนและคันที่ปากและคอ คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หายใจขัด หมดสติ และถ้ารับประทานมาก อาจทำให้ถึงตายได้หลังจากทานแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง ผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการรุนแรงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทานและความต้านทานของแต่ละคน โดยปริมาณสารพิษจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่เก็บ

หากเป็นช่วงฤดูฝนโดยเฉพาะเดือนสิงหาคม กลอยจะมีพิษมากที่สุด ส่วนฤดูร้อน โดยเฉพาะเดือนเมษายน จะมีพิษน้อยที่สุด ดังนั้น กลอยที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารจะต้องผ่านขั้นตอนการกำจัดสารพิษอย่างเพียงพอและถูกวิธี ด้วยการปลอกเปลือกทิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ นำมาแช่ในน้ำเกลือประมาณ 3 วัน ระหว่างนี้ให้เปลี่ยนน้ำเกลือหลายๆครั้ง หรือแช่ในน้ำไหลใช้เวลาประมาณ 3 –7 วัน หรือมากกว่านี้ เพื่อให้น้ำชำระสารพิษออกให้หมดแล้วนำไปนึ่งให้สุกเพื่อประกอบอาหารต่อไป

ที่สำคัญ อย่ารับประทานดิบๆเป็นอันขาด ผู้บริโภคควรระมัดระวังในการซื้ออาหารที่มีกลอยเป็นส่วนประกอบ เช่น ถั่วทอดผสมกลอย ข้าวเหนียวหน้ากลอย กลอยแกงบวด ให้ซื้อจากผู้ผลิตที่ไว้วางใจได้ว่าใส่ใจในการกำจัดพิษของกลอยจนหมดก่อนนำมาประกอบอาหาร เพราะบริโภคไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า และวอนผู้ผลิต/ผู้ขาย คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยพิถีพิถันในการกำจัดสารพิษในหัวกลอยให้หมดก่อนประกอบอาหารด้วย

ข่าวโดย : สวท.ลำปาง
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

.....
ผู้สื่อข่าว
on Lampang POST

อังคาร 8
กรกฎา 51